Passive Voice คืออะไร ใช้ต่างจาก Active Voice อย่างไร
Passive Voice หรือ ประโยคกรรมวาจก (ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ) คือโครงสร้างประโยคที่ประธานเป็นผู้รับผลของการกระทำ แทนที่จะเป็นผู้ลงมือกระทำเอง ต่างจาก Active Voice หรือ ประโยคกรรตุวาจก ที่ประธานเป็นผู้ลงมือกระทำโดยตรง
พูดสั้น ๆ: Active Voice = ประธานทำกริยา (Subject does the action) / Passive Voice = ประธานถูกกระทำ (Subject receives the action)
สูตรพื้นฐาน: Subject + be (is/am/are/was/were/been/being) + Verb 3 (Past Participle) + (by + Agent)
ตารางเปรียบเทียบ Active กับ Passive ในแต่ละ Tense
| Tense | Active Voice | Passive Voice |
|---|---|---|
| Present Simple | She writes the report. | The report is written by her. |
| Past Simple | She wrote the report. | The report was written by her. |
| Present Continuous | She is writing the report. | The report is being written by her. |
| Present Perfect | She has written the report. | The report has been written by her. |
| Future Simple | She will write the report. | The report will be written by her. |
| Modal (can/must) | She can write the report. | The report can be written by her. |
เคล็ดลับสูตรจำง่าย: Passive Voice ทุก tense ใช้ be (ผันตาม tense) + V3 เสมอ ต่างกันแค่รูปของ "be" ที่เปลี่ยนไปตาม tense
วิธีเปลี่ยนประโยค Active เป็น Passive ทีละขั้นตอน
- นำกรรม (Object) ของประโยค Active มาเป็นประธาน (Subject) ของประโยค Passive
- เปลี่ยนกริยาเป็น be + V3 โดยผัน be ตาม tense เดิมและตามประธานใหม่
- นำประธานเดิมไปไว้หลัง "by" (เรียกว่า Agent) — ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจำเป็นต้องระบุหรือไม่
ตัวอย่าง:
- Active: The chef cooks the meal.
- Passive: The meal is cooked by the chef.
เมื่อไหร่ควรใช้ Passive Voice (Usage)
- เมื่อไม่ทราบผู้กระทำ หรือผู้กระทำไม่สำคัญ: My wallet was stolen. (ไม่รู้ว่าใครขโมย)
- เมื่อผู้กระทำชัดเจนอยู่แล้วจากบริบท: The suspect was arrested yesterday. (ชัดเจนว่าตำรวจเป็นผู้จับ ไม่จำเป็นต้องระบุ)
- ในภาษาวิชาการ/รายงานข่าว/ภาษาราชการ เพื่อความเป็นกลาง: The experiment was conducted over six weeks.
- เมื่อต้องการเน้นที่ตัวกรรม/ผลลัพธ์มากกว่าผู้กระทำ: The Eiffel Tower was built in 1889.
By + Agent: เมื่อไหร่ต้องใส่ เมื่อไหร่ไม่ต้อง
ไม่จำเป็นต้องใส่ "by + ผู้กระทำ" ทุกครั้ง ควรละไว้เมื่อ:
- ผู้กระทำไม่สำคัญหรือไม่ทราบ: The bridge was damaged in the storm.
- ผู้กระทำเป็นคำทั่วไป (people, someone, they): English is spoken in many countries. (ไม่ต้องพูดว่า by people)
ควรใส่เมื่อผู้กระทำมีความสำคัญต่อข้อมูล: This novel was written by Ernest Hemingway.
ทำไมคนไทยใช้ Passive Voice ผิดพลาดบ่อย
ภาษาไทยมี Passive Voice เช่นกัน ("ถูก" + กริยา เช่น "ถูกจับ" "ถูกตี") แต่ในภาษาไทย "ถูก" มักใช้กับเหตุการณ์ที่ไม่ดีหรือไม่พึงประสงค์เท่านั้น (negative connotation) ในขณะที่ Passive Voice ภาษาอังกฤษเป็นกลางทางความหมาย ใช้ได้ทั้งเรื่องดีและไม่ดี ความแตกต่างนี้ทำให้เกิดปัญหาดังนี้:
- หลีกเลี่ยงการใช้ Passive Voice ในเรื่องที่เป็นกลางหรือดี เพราะเข้าใจว่า passive แปลว่า "ถูกกระทำในทางลบ" เช่น ลังเลที่จะพูดว่า "I was given an award." (ทั้งที่เป็นเรื่องดี) เพราะรู้สึกว่า "ถูกให้" ฟังแปลก ทั้งที่ในภาษาอังกฤษเป็นประโยคปกติมาก
- ลืมผัน "be" ให้ตรงกับ tense เพราะในภาษาไทยคำว่า "ถูก" ไม่ผันรูปตามกาลเลย เช่น พูดผิดว่า "The letter is send yesterday." แทนที่จะเป็น "The letter was sent yesterday." (ลืมเปลี่ยน is เป็น was และใช้ V3 "sent" ไม่ใช่ base form)
- ใช้ V3 ผิดรูปหรือลืมเปลี่ยนจาก V1 เพราะภาษาไทยไม่มีการผันรูปคำกริยาตามกาล เช่น พูดผิดว่า "The house was build in 1990." แทนที่จะเป็น "The house was built in 1990."
- สร้างประโยค Passive จากกริยาที่ไม่มีกรรม (Intransitive Verb) เพราะแปลตรงตัวจากภาษาไทย เช่น พยายามพูด "The accident was happened." ทั้งที่ "happen" เป็นกริยาไม่ต้องมีกรรม (intransitive) จึงไม่สามารถทำเป็น Passive ได้เลย ต้องพูดแค่ "The accident happened."
เคล็ดลับ: เช็กก่อนว่ากริยานั้นทำ Passive ได้ไหม
กฎสำคัญที่นักเรียนไทยต้องจำ: มีแค่กริยาที่ต้องมีกรรม (Transitive Verb) เท่านั้นที่ทำเป็น Passive Voice ได้ กริยาที่ไม่ต้องมีกรรม (Intransitive Verb) เช่น happen, arrive, die, sleep, occur ไม่สามารถทำ Passive ได้เลย ให้ลองเช็กก่อนเสมอว่า "กริยานี้มีกรรมรองรับในประโยค Active หรือไม่" ถ้าไม่มี ห้ามพยายามแปลงเป็น Passive
Get-Passive: รูปแบบไม่เป็นทางการที่พบในภาษาพูด
นอกจาก "be + V3" แล้ว ภาษาพูดอังกฤษยังนิยมใช้ "get + V3" แทน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือไม่คาดคิด:
- She got promoted last month. (แทน was promoted)
- He got hurt during the game.
- My phone got stolen on the bus.
ตัวอย่างประโยค Passive Voice เพิ่มเติม
- The cake was baked by my grandmother.
- This song has been played on the radio all day.
- New regulations will be introduced next year.
- The documents are being reviewed by the legal team right now.
- English is spoken as a first or second language by billions of people.
- The Mona Lisa was painted by Leonardo da Vinci.
- Millions of trees have been planted as part of the reforestation project.
- The window was broken during the storm.
- Homework must be submitted before Friday.
- The results are expected to be announced next week.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Passive Voice ต่างจากกริยา 3 ช่อง (Past Participle) ในโครงสร้างอื่นอย่างไร
A: V3 ปรากฏได้ทั้งใน Present Perfect (have/has + V3) และ Passive Voice (be + V3) จุดสังเกตคือ Passive จะมี "be" นำหน้า V3 เสมอ ในขณะที่ Perfect Tense จะมี have/has นำหน้า
Q: ทำไมบางประโยคที่ดูเหมือน Passive แต่จริง ๆ ไม่ใช่
A: บางคำเช่น "interested," "excited," "tired" เป็นคำคุณศัพท์ที่มาจากรูป V3 ไม่ใช่ Passive Voice ที่แท้จริง แม้จะมีรูปหน้าตาคล้ายกัน เช่น "I am interested in music." ไม่ใช่ Passive แต่เป็น adjective + preposition
Q: ต้องใช้ Passive Voice บ่อยแค่ไหนในการเขียน
A: ใช้ตามความเหมาะสมของบริบท ในงานเขียนวิชาการ/รายงาน/ข่าว Passive Voice ใช้บ่อยเพื่อความเป็นกลาง แต่ในงานเขียนทั่วไปควรสลับใช้ Active Voice ด้วย เพราะ Active มักฟังดูตรงไปตรงมาและมีพลังมากกว่า
สรุปส่งท้าย
Passive Voice เป็นโครงสร้างสำคัญที่ต้องใช้ be + V3 และเปลี่ยนรูป be ตาม tense อย่างถูกต้อง นักเรียนไทยควรระวังสองเรื่องหลัก คือ อย่าคิดว่า passive ใช้ได้แค่เรื่องลบเหมือนคำว่า "ถูก" ในภาษาไทย และต้องเช็กก่อนเสมอว่ากริยานั้นเป็น transitive verb ที่มีกรรมรองรับหรือไม่ ก่อนพยายามแปลงเป็น Passive Voice