กริยาวลีพื้นฐานในภาษาอังกฤษคืออะไร?
กริยาวลี (Phrasal Verb) คือการรวมกลุ่มคำพิเศษที่ "คำกริยา" (Verb) มารวมร่างกับ "คำเสริม" (Particle) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคำบุพบทหรือคำกริยาวิเศษณ์ เพื่อสร้างความหมายใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะครับ ในระดับพื้นฐาน กริยาวลีเหล่านี้คือคำแสดงอาการที่พบบ่อยที่สุดในบทสนทนาภาษาอังกฤษชีวิตประจำวันเลยครับ
สิ่งที่ยากแต่ท้าทายคือ ความหมายของกริยาวลีมักจะแตกต่างจากความหมายเดิมของคำแยกกันโดยสิ้นเชิงครับ
ตัวอย่าง:
The car broke down on the motorway. (รถเสียกลางทาง — broke down = หยุดทำงาน/พัง)
Please turn off the lights. (กรุณาดิ้นไฟด้วยครับ — turn off = ปิดไฟ)
I wake up at 7 AM. (ฉันตื่นตอน 7 โมงเช้า — wake up = ลืมตาตื่น/หยุดนอน)
โครงสร้างและสูตรของกริยาวลีพื้นฐาน
กริยาวลีพื้นฐานจะมีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วนเสมอ การเข้าใจโครงสร้างจะช่วยให้คุณสร้างประโยคได้ถูกต้องครับ
1. ทำความเข้าใจโครงสร้างแบบสองส่วน
สูตร:
ประธาน + กริยา + คำเสริม (+ กรรม)
- ประธาน (Subject): ผู้กระทำ
- กริยา (Verb): (เช่น look, get, take, turn)
- คำเสริม (Particle): (เช่น up, down, on, off, in, out)
- กรรม (Object): (คำนามหรือสรรพนาม หากกริยานั้นต้องมีกรรมรับ)
บางครั้ง คำเสริมจะเปลี่ยนความหมายของกริยาไปเลยครับ:
* Look = มอง (การกระทำทั่วไป)
* Look for = มองหา/ค้นหาบางสิ่ง (กริยาวลี)
* Look after = ดูแลใครบางคน (กริยาวลี)
2. กริยาวลีพื้นฐานที่พบบ่อย
นี่คือรายชื่อกริยาวลีที่จำเป็นที่สุดสำหรับใช้ในสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันครับ
| กริยาวลี | ความหมาย | ตัวอย่างในชีวิตจริง |
|---|---|---|
| Wake up | ตื่นนอน | I wake up at 7 am every morning. |
| Get up | ลุกออกจากเตียง | He gets up late on weekends. |
| Turn on | เปิด (เครื่องใช้ไฟฟ้า/ไฟ) | Can you turn on the TV? |
| Turn off | ปิด (เครื่องใช้ไฟฟ้า/ไฟ) | Don't forget to turn off your computer. |
| Put on | สวมใส่ (เสื้อผ้า) | Put on your coat; it's cold outside. |
| Take off | ถอด (เสื้อผ้า) | Take off your shoes before you enter. |
| Go on | ดำเนินต่อไป | The meeting will go on until 5 pm. |
| Give up | ยอมแพ้/เลิกพยายาม | Don't give up! You can do it. |
3. กริยาวลีแบบแยกได้ (Separable) และแยกไม่ได้ (Inseparable)
กฎไวยากรณ์สำคัญคือการรู้ว่ากริยาวลีนั้นสามารถถูก "กรรม" มาคั่นกลางได้หรือไม่ครับ
โครงสร้างกริยาวลีแบบแยกได้ (Separable):
คุณสามารถวางกรรมไว้ตรงกลางระหว่างกริยากับคำเสริม หรือวางไว้ข้างหลังสุดก็ได้ครับ
ประธาน + กริยา + กรรม + คำเสริม หรือ ประธาน + กริยา + คำเสริม + กรรม
- Turn the music down. หรือ Turn down the music.
- I'll pick you up at 8. (ฉันจะไปรับคุณตอน 8 โมง)
โครงสร้างกริยาวลีแบบแยกไม่ได้ (Inseparable):
กริยากับคำเสริมจะถูกล็อกไว้ด้วยกันและไม่สามารถแยกจากกันได้ครับ
ประธาน + กริยา + คำเสริม + กรรม
- I'm looking for my keys. (ห้ามพูดว่า I'm looking my keys for.)
- She gets on well with her colleagues.
กฎเหล็กเรื่องสรรพนาม:
ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม (me, you, him, her, it, us, them) กริยาวลีที่แยกได้ "ต้อง" ถูกแยกเสมอครับ
✓ He took it off. (เขาถอดมันออก)
✗ He took off it. (ผิดหลักการใช้งาน)
วิธีแยกแยะความแตกต่างระหว่างกริยาวลีกับกริยาปกติที่ตามด้วยบุพบท
อาจจะสับสนได้เมื่อกริยาปกติถูกตามด้วยคำบุพบทบอกสถานที่หรือเวลาทั่วไปครับ
| ลักษณะ | กริยาวลี (Phrasal Verb) | กริยาปกติ + คำบุพบท |
|---|---|---|
| การเปลี่ยนความหมาย | การรวมคำจะสร้างความหมายใหม่ขึ้นมาเลย (Give up = ยอมแพ้ ไม่ใช่ให้ของขึ้นไปข้างบน) | ความหมายยังคงตรงตัวตามคำเดิม คำบุพบทแค่บอกทิศทางหรือสถานที่ (Look up at the sky = มองขึ้นไปบนฟ้าจริงๆ) |
| การแยกคำ | บางครั้งสามารถแยกได้ (Turn it off) | ไม่สามารถแยกจากกันได้เลย |
เคล็ดลับการเรียนกริยาวลีพื้นฐาน
- เน้นไปที่กิจวัตรประจำวัน: จัดกลุ่มกริยาวลีตามบริบทครับ เรียนกิจกรรมตอนเช้าก่อน (wake up, get up, put on) แล้วค่อยตามด้วยกิจกรรมการทำงาน
- นึกภาพตาม: คำเสริมอย่าง up, down, in และ out มักจะมีนัยสื่อความหมายทางกายภาพครับ เช่น Turn up เร่งเสียง (เสียงสูงขึ้น) Sit down นั่งลง (ตัวต่ำลง)
- ฝึกใช้สรรพนามตั้งแต่เนิ่นๆ: สร้างความเคยชินด้วยการพูดว่า "turn it on" แทนที่จะพูด "turn on the TV" เพื่อให้สมองจดจำรูปแบบกริยาวลีที่แยกได้โดยอัตโนมัติครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้กริยาวลีพื้นฐาน
| ✗ ผิด | ✓ ถูก | เหตุผล |
|---|---|---|
| I'm waiting the bus. | I'm waiting for the bus. | Wait for เป็นกริยาวลีที่แยกไม่ได้ แปลว่า "รอคอย" บางสิ่งครับ |
| He filled the form. | He filled in / filled out the form. | คุณต้องใช้ fill in หรือ fill out เมื่อต้องการพูดว่า "กรอก" แบบฟอร์มหรือเอกสารครับ |
| I picked up him. | I picked him up. | เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม (him) กริยาวลีต้องถูกแยกออกจากกันเสมอครับ |
สรุปและเคล็ดลับสำหรับการใช้กริยาวลีพื้นฐาน
| หมวดหมู่ | ตัวอย่างกริยาวลีที่ใช้บ่อย |
|---|---|
| กิจวัตรประจำวัน | wake up, get up, go to bed, set off |
| เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย | put on, take off, try on, dress up |
| เทคโนโลยี | turn on, turn off, plug in, log in, shut down |
| กิจกรรมทั่วไป | work out, eat out, hang out, join in |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
วิธีไหนง่ายที่สุดในการจำกริยาวลี?
วิธีที่ดีที่สุดคือเรียนรู้ผ่านบริบทครับ อย่าเรียนจากการท่องจำลิสต์คำกริยาเดียวกันเยอะๆ (เช่น ท่องทุกคำที่ขึ้นต้นด้วย "get") แต่ให้เรียนเป็นหมวดหมู่ เช่น "หมวดการเดินทาง" หรือ "หมวดการช้อปปิ้ง" การสร้างเรื่องราวสั้นๆ จะช่วยให้จำได้แม่นขึ้นครับ
เราสามารถเดาความหมายของกริยาวลีได้ไหม?
บางครั้งได้ครับ! ถ้ากริยาวลีนั้นมีความหมายตรงตัว (เช่น sit down หรือ stand up) แต่ถ้าเป็นความหมายสำนวน (เช่น give up ที่แปลว่าเลิก) จะไม่สามารถเดาได้และต้องอาศัยการจดจำครับ
จำเป็นต้องใช้กริยาวลีด้วยเหรอ?
จำเป็นมากครับถ้าคุณอยากเข้าใจภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและดูเป็นธรรมชาติ เพราะในการพูดสื่อสาร คนมักใช้กริยาวลีบ่อยกว่าคำศัพท์ทางการคำเดียวมากครับ
จะรู้ได้อย่างไรว่ากริยาวลีไหนต้องแยกหรือไม่แยก?
เมื่อคุณเปิดพจนานุกรม การดูประโยคตัวอย่างสำคัญมากครับ ถ้าพจนานุกรมเขียนว่า turn something off แสดงว่าแยกได้ แต่ถ้าเขียนว่า look for something แสดงว่าแยกไม่ได้ครับ เมื่อใช้ไปสักพักคุณจะเริ่มจับทางได้เองครับ