B1 · ระดับกลาง (Intermediate) TOEIC 405–600 IELTS 4.0–5.0 คำบุพบทและกริยาวลี (Prepositions & Phrasal Verbs)

กริยาวลีพื้นฐาน (Basic Phrasal Verbs)

Basic Phrasal Verbs: เรียน give up, look after, turn on, find out เพื่อพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้คล่อง

Share: Copied!

Phrasal Verbs (กริยาวลี) พื้นฐาน คืออะไร ใช้อย่างไรในชีวิตประจำวัน

กริยาวลี (Phrasal Verb) คือคำกริยาที่ประกอบด้วยคำกริยาหลัก + คำอนุภาค (particle) ซึ่งอาจเป็นคำบุพบทหรือคำกริยาวิเศษณ์ เช่น wake up, turn on, look for เมื่อรวมกันแล้วมักได้ความหมายใหม่ที่ต่างจากความหมายเดิมของคำกริยาคำเดียว เช่น give up ไม่ได้แปลว่า "ให้ขึ้น" แต่แปลว่า "ยอมแพ้"

สำหรับนักเรียนไทย กริยาวลีเป็นจุดที่ยากเป็นพิเศษ เพราะ ภาษาไทยไม่มีระบบไวยากรณ์แบบนี้เลย ภาษาไทยแสดงความหมายคล้ายกันด้วยการใช้กริยาคำเดียวที่เจาะจง หรือใช้กริยาเรียงต่อกัน (serial verb) เช่น "ตื่นนอน" คือกริยาคำเดียว ไม่ได้มีการเติมอนุภาคแบบ "wake" + "up" ทำให้นักเรียนไทยจำนวนมากเลือกใช้คำกริยาทางการคำเดียวแทนกริยาวลีในชีวิตประจำวัน เช่น พูด extinguish แทน put out หรือ investigate แทน look into ซึ่งถูกไวยากรณ์แต่ฟังดูเป็นทางการเกินไปสำหรับบทสนทนาปกติ

โครงสร้างพื้นฐานของกริยาวลี

ประเภท โครงสร้าง ตัวอย่าง
Intransitive (ไม่มีกรรม) Verb + Particle Wake up! It's morning.
Transitive Separable (มีกรรม, แยกได้) Verb + Particle + Object หรือ Verb + Object + Particle Turn on the light. / Turn the light on.
Transitive Inseparable (มีกรรม, แยกไม่ได้) Verb + Particle + Object I'm looking for my keys. (ห้ามพูด look my keys for)

กริยาวลีพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน

กลุ่มกิจวัตรประจำวัน

  • wake up (ตื่นนอน) — I wake up at 6 a.m. every day.
  • get up (ลุกจากเตียง) — He got up late this morning.
  • turn on / turn off (เปิด/ปิด) — Please turn off the TV before you sleep.
  • get dressed (แต่งตัว) — She got dressed quickly for the interview.

กลุ่มการค้นหา/รอคอย

  • look for (ค้นหา) — I'm looking for my phone.
  • wait for (รอคอย) — We waited for the bus for twenty minutes.
  • pick up (ไปรับ/หยิบขึ้นมา) — Can you pick up the kids from school?

กลุ่มความสัมพันธ์/สังคม

  • hang out (ใช้เวลาว่างกับเพื่อน) — We usually hang out on weekends.
  • get along (with) (เข้ากันได้กับ) — She gets along well with her colleagues.
  • grow up (เติบโต) — He grew up in a small village.
  • break up (เลิกกัน) — They broke up after two years together.

กลุ่มการเดินทาง/เคลื่อนไหว

  • get on / get off (ขึ้น/ลงยานพาหนะ) — Get on the bus quickly, it's about to leave.
  • come back (กลับมา) — She'll come back next week.
  • set off (ออกเดินทาง) — We set off early to avoid traffic.

กลุ่มการทำงาน/เรียน

  • fill in / fill out (กรอกแบบฟอร์ม) — Please fill in this form with your details.
  • hand in (ส่งงาน) — Don't forget to hand in your homework.
  • give up (ยอมแพ้/เลิก) — Don't give up on your dreams.
  • work out (ออกกำลังกาย / คิดออก) — I work out three times a week. / We'll work out a solution.

กลุ่มการสื่อสาร

  • find out (ค้นพบ/หาข้อมูล) — I found out the truth yesterday.
  • point out (ชี้ให้เห็น) — She pointed out a mistake in my report.
  • take off (ถอดออก / เครื่องบินขึ้นบิน) — Take off your shoes before entering. / The plane took off on time.

Separable vs Inseparable แบบง่ายที่ต้องรู้ก่อน

กริยาวลีพื้นฐานส่วนใหญ่ที่มีกรรมแบ่งเป็นสองกลุ่ม:

  1. แยกได้ (Separable): กรรมเป็นคำนามวางได้ทั้งก่อนและหลังอนุภาค แต่ถ้ากรรมเป็นสรรพนาม (it, him, her, them) ต้องแทรกกลางเท่านั้น
  2. Turn on the light. = Turn the light on.
  3. ถูก: Turn it on.
  4. ผิด: Turn on it.

  5. แยกไม่ได้ (Inseparable): กรรมต้องอยู่หลังอนุภาคเสมอ ไม่ว่าจะเป็นคำนามหรือสรรพนาม

  6. Look for your keys. / Look for them.
  7. ผิด: Look your keys for. / Look them for.

ข้อผิดพลาดที่คนไทยชอบทำบ่อยที่สุด

  1. ใส่กรรมที่เป็นสรรพนามผิดตำแหน่ง เพราะไม่รู้ว่ากริยาวลีนั้นแยกได้หรือไม่
  2. ผิด: Turn off it.
  3. ถูก: Turn it off.

  4. ใช้คำกริยาทางการแทนกริยาวลี เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่าและไม่แน่ใจอนุภาคที่ถูกต้อง

  5. แทนที่จะพูด: I need to find out the answer.
  6. นักเรียนไทยมักพูด: I need to discover the answer. (ถูกไวยากรณ์แต่ไม่เป็นธรรมชาติในบทสนทนา)

  7. สับสนอนุภาคที่คล้ายกัน เช่น turn on กับ turn up (เร่งเสียง/อุณหภูมิ) หรือ put on (สวมใส่) กับ put up (ติดตั้ง/ทนกับ)

  8. She turned up the volume. (เร่งเสียงดังขึ้น) ไม่ใช่ turned on the volume

  9. ลืมอนุภาคไปเลยเวลาพูดเร็วๆ เพราะภาษาไทยไม่มีคำเชื่อมแบบนี้ในความคิดตั้งต้น เช่น พูด I look my keys แทนที่จะเป็น I look for my keys

  10. แปลตรงตัวจากไทยทำให้เลือกอนุภาคผิด เช่น "ปิดไฟ" แปลว่า turn off แต่บางคนอาจสับสนไปใช้ close the light ซึ่งไม่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษ (close ใช้กับประตู/หน้าต่าง/ร้านค้า)

เคล็ดลับสำหรับผู้เรียนไทย

  • เริ่มจากกริยาวลีที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อน: เลือกเรียน 5-10 คำต่อสัปดาห์จากหมวดกิจวัตรประจำวัน จะเห็นผลเร็วกว่าท่องลิสต์ยาวทีเดียว
  • ฝึกแทนที่กรรมด้วยสรรพนามทุกครั้ง: เมื่อเรียนกริยาวลีใหม่ ให้ฝึกแต่งประโยคด้วยกรรมทั้งแบบคำนามและแบบสรรพนาม (it/them) เพื่อจำตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • ฟังและเลียนแบบจากสื่อภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ: เช่น การ์ตูน ซีรีส์ วิดีโอ YouTube เพราะกริยาวลีพื้นฐานปรากฏถี่มากในบทสนทนาจริง มากกว่าตำราเรียน
  • สร้างบัตรคำ (flashcard) พร้อมภาพหรือสถานการณ์: กริยาวลีจำง่ายขึ้นเมื่อผูกกับภาพหรือสถานการณ์ที่จำได้ เช่น ภาพนาฬิกาปลุกคู่กับ wake up
  • อย่ากลัวที่จะใช้กริยาวลีแทนคำทางการ: ในบทสนทนาภาษาอังกฤษ เจ้าของภาษาใช้กริยาวลีมากกว่าคำทางการมาก การใช้กริยาวลีให้ถูกต้องทำให้ฟังเป็นธรรมชาติกว่า

ตัวอย่างประโยคเพิ่มเติมสำหรับฝึกฝน

  1. Can you turn down the volume, please?
  2. I need to pick up my dry cleaning today.
  3. She grew up in Chiang Mai.
  4. We're looking forward to the trip.
  5. Please hand in your assignment by Friday.
  6. He gave up smoking last year.
  7. Let's hang out at the mall this weekend.
  8. The plane will take off in ten minutes.
  9. I found out that the store is closed today.
  10. Please fill out this application form.
  11. They finally worked out a solution to the problem.
  12. Don't forget to turn off the lights when you leave.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กริยาวลีต่างจากกริยาวลี + บุพบทที่ตามหลังคำกริยาปกติอย่างไร?
A: กริยาวลีมักเปลี่ยนความหมายไปจากกริยาเดิมอย่างสิ้นเชิง เช่น give up (ยอมแพ้) ต่างจาก give (ให้) มาก ในขณะที่บุพบทตามหลังกริยาปกติ เช่น arrive at ยังคงความหมายเดิมของกริยาไว้

Q: จำเป็นต้องรู้ว่ากริยาวลีไหนแยกได้หรือแยกไม่ได้ทุกคำไหม?
A: จำเป็น เพราะถ้าใช้ผิดตำแหน่งกับกรรมที่เป็นสรรพนาม ประโยคจะผิดไวยากรณ์ทันที ควรจดบันทึกแยกประเภทไว้ในสมุดคำศัพท์ทุกครั้งที่เรียนคำใหม่

Q: ทำไมนักเรียนไทยมักไม่ใช้กริยาวลีในการพูด?
A: เพราะภาษาไทยไม่มีโครงสร้างแบบนี้ ทำให้รู้สึกไม่คุ้นเคยและกลัวใช้ผิด จึงเลือกใช้คำกริยาทางการที่คุ้นเคยกว่าแทน แต่การฝึกใช้กริยาวลีบ่อยๆ จะช่วยให้พูดภาษาอังกฤษเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Q: ควรเริ่มเรียนกริยาวลีจากอะไรก่อน?
A: ควรเริ่มจากกริยาวลีพื้นฐานที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น หมวดกิจวัตรประจำวันและการเดินทาง ก่อนจะขยับไปเรียนกริยาวลีขั้นสูงที่มีความหมายเชิงสำนวนมากขึ้น

Share: Copied!

กริยาวลีพื้นฐาน (Basic Phrasal Verbs) — Bài tập 4

Luyện tập ngữ pháp tiếng Anh chủ đề กริยาวลีพื้นฐาน (Basic Phrasal Verbs) với 10 câu hỏi trắc nghiệm. Trả lời đúng ít nhất 70% để qua bài kiểm tra.

10 questions คะแนนผ่าน: 70% Bài kiểm tra 4 /10 ตอบแล้ว

Cách làm bài kiểm tra

  • Đọc kỹ từng câu hỏi và chọn câu trả lời đúng nhất.
  • Bài kiểm tra không giới hạn thời gian — bạn có thể làm theo tốc độ của mình.
  • Nhấn ส่งแบบทดสอบ khi hoàn thành để xem điểm số và giải thích chi tiết.

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    "The company decided to \"wind up\" its operations in the struggling market."

  2. 2

    "The meeting will \"start off\" at 10 AM."

  3. 3

    "The two friends finally \"made up\" after their argument."

  4. 4

    "I usually \"get up\" at 7 AM every morning."

  5. 5

    "Please \"take out\" the rubbish before it starts to smell."

  6. 6

    "Could you \"look after\" my cat while I'm on vacation?"

  7. 7

    "I need to \"go over\" my notes before the exam."

  8. 8

    "The teacher asked the students to \"stand up\" when she entered the room."

  9. 9

    "The new regulations will \"call for\" a lot of changes in the industry."

  10. 10

    "The new policy will \"do away with\" the old regulations."