B1 · ระดับกลาง (Intermediate) TOEIC 405–600 IELTS 4.0–5.0 กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

Might / May

เรียนรู้ Might และ May เพื่อสื่อความเป็นไปได้ในภาษาอังกฤษ วิธีสร้างความเป็นไปได้ในอดีตด้วย Might/May Have และการขออนุญาตแบบทางการด้วย May

Share: Copied!

Might และ may เป็นกริยาช่วย (modal auxiliary verb) ที่ใช้บอกความเป็นไปได้ (possibility) และการขอ/ให้อนุญาต (permission) คำตอบสั้น ๆ ที่ต้องรู้ก่อนเลย: ทั้งสองคำมีความหมายใกล้เคียงกันมากในเรื่องความเป็นไปได้ โดย may สื่อถึงความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างมีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย ส่วน might สื่อถึงความเป็นไปได้ที่ไม่แน่นอนกว่า และในเรื่องการขออนุญาต may ใช้ในบริบทที่เป็นทางการมากกว่า can

จุดที่คนไทยสับสนมากที่สุดคือคำว่า "อาจจะ" และ "น่าจะ" ในภาษาไทยที่เราใช้ปนกันในชีวิตประจำวัน แต่ภาษาอังกฤษแยกระดับความมั่นใจผ่านการเลือกกริยาช่วยต่างกัน (may/might/could/should) ซึ่งเป็นระบบที่ภาษาไทยไม่มีแบบตรงตัว

โครงสร้างประโยค Might / May

ชนิดประโยค สูตร ตัวอย่าง
บอกเล่า ประธาน + might/may + กริยาหลักรูปฐาน It might rain tomorrow.
ปฏิเสธ ประธาน + might not/may not + กริยาหลักรูปฐาน She may not come today.
คำถาม (พบน้อย) May + ประธาน + กริยาหลัก...? May I ask a question?

กฎสำคัญ:
- กริยาหลังคือรูปฐานเสมอ ไม่มี to ไม่ผัน ไม่เติม -s (เหมือนกริยาช่วยทุกตัว)
- ประโยคปฏิเสธเขียนแยกคำเสมอ: might not และ may notไม่มีรูปย่อ เช่น "mightn't" หรือ "mayn't" ใช้ในภาษาพูดปัจจุบัน (ต่างจาก can't, won't, don't ที่มีรูปย่อใช้ทั่วไป)
- คำถามด้วย may/might พบได้น้อยมากในภาษาพูด แทบไม่ใช้ "Might you...?" เลย ส่วน "May I...?" ยังใช้บ่อยในการขออนุญาตแบบสุภาพ

Might / May ใช้บอกความเป็นไปได้ (Possibility)

นี่คือการใช้งานหลักที่พบบ่อยที่สุด — ใช้คาดเดาสิ่งที่อาจเกิดขึ้นโดยที่ผู้พูดไม่มั่นใจ 100%

  • It may rain this afternoon. (ฝนอาจตกบ่ายนี้)
  • She might be at home now. (เธออาจอยู่บ้านตอนนี้)
  • He may know the answer. (เขาอาจรู้คำตอบ)
  • They might not come to the party. (พวกเขาอาจไม่มางานปาร์ตี้)

ระดับความมั่นใจ: ทั้ง may และ might สื่อถึงความเป็นไปได้ประมาณ 30-50% แต่โดยทั่วไปถือว่า may ให้ความรู้สึกความเป็นไปได้ที่มากกว่า might เล็กน้อย (might ฟังดูไม่แน่ใจกว่า) อย่างไรก็ตามในการใช้งานจริง เจ้าของภาษาส่วนใหญ่ใช้สองคำนี้แทนกันได้แทบไม่ต่างกันในความหมาย

Might / May ใช้ขออนุญาต (Permission)

  • May I use your phone, please? (ขอใช้โทรศัพท์คุณได้ไหมครับ/คะ) — เป็นทางการ สุภาพมาก
  • You may leave the room now. (คุณสามารถออกจากห้องได้แล้ว) — ผู้มีอำนาจให้อนุญาต เช่นครูพูดกับนักเรียน
  • Might I suggest a different approach? (ผมขออนุญาตเสนอวิธีอื่นได้ไหมครับ) — สุภาพมากเป็นพิเศษ ใช้ในบริบททางการสูง เช่น การประชุมธุรกิจ

ระดับความเป็นทางการในการขออนุญาต: May I...? เป็นทางการกว่า Can I...? อย่างชัดเจน เหมาะกับสถานการณ์ทางการ เช่น ในห้องเรียน ที่ทำงาน หรือกับผู้ใหญ่ที่ไม่สนิท ส่วน Might I...? เป็นทางการและสุภาพยิ่งกว่า May I...? อีกขั้น แต่พบใช้น้อยกว่ามากในภาษาพูดปัจจุบัน

Might vs May: ต่างกันตรงไหน (ตารางเปรียบเทียบ)

ประเด็น May Might
ความเป็นไปได้ ค่อนข้างมั่นใจกว่าเล็กน้อย ไม่แน่ใจกว่า สื่อถึงความเป็นไปได้ที่ห่างไกลกว่า
การขออนุญาต ใช้บ่อย เป็นทางการ ใช้น้อยมาก สุภาพมากเป็นพิเศษ
ใช้ในประโยคเงื่อนไข (if-clause) ใช้ได้ นิยมใช้มากกว่า โดยเฉพาะกับเงื่อนไขที่ไม่จริง
ความเป็นทางการโดยรวม ทางการปานกลาง-สูง ทางการสูง (แต่ใช้บ่อยกว่าในความหมายความเป็นไปได้)

ตัวอย่างในประโยคเงื่อนไข: If it rained, we might cancel the trip. — ใช้ might เพราะเป็นเงื่อนไขสมมติที่ไม่ใช่เรื่องจริง (unreal conditional) ต่างจาก If it rains, we may cancel the trip. ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริง (real conditional)

Might/May vs Can/Could vs Must ในเรื่องความเป็นไปได้

คนไทยมักสับสนกริยาช่วยกลุ่มนี้เพราะแปลเป็นภาษาไทยแล้วดูคล้ายกันหมด นี่คือความแตกต่างที่ต้องแยกให้ออก:

กริยาช่วย ระดับความมั่นใจ ตัวอย่าง
Must มั่นใจสูงมาก (เกือบแน่ใจ) He must be at work; his car is gone.
May / Might ไม่แน่ใจ ปานกลาง He may/might be at work.
Could ไม่แน่ใจ (เป็นไปได้แบบหนึ่งในหลายทาง) He could be at work, or he could be sick.
Can't มั่นใจสูงมากว่าเป็นไปไม่ได้ He can't be at work; I just saw him at home.

ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อยที่สุดกับ Might/May

1. ใส่ "to" หลัง might/may

  • It might to rain.
  • It might rain.

เหมือนกริยาช่วยทุกตัว — might/may ตามด้วยกริยาหลักรูปฐานตรง ๆ ไม่มี to คั่นกลาง

2. เติม -s หลัง might/may เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3

  • She mights come tomorrow. / ❌ He mays be right.
  • She might come tomorrow. / ✅ He may be right.

กริยาช่วยทุกตัวไม่เติม -s ไม่ว่าประธานจะเป็นใคร คนไทยมักเผลอใช้กฎการผันกริยาแท้มาปนกับกริยาช่วย

3. แปลคำว่า "อาจจะ" เป็น can ทั้งที่ควรใช้ may/might

  • He can be at home now. (ต้องการสื่อว่า "เขาอาจจะอยู่บ้าน" แบบคาดเดา)
  • He might be at home now.

Can สื่อความเป็นไปได้แบบทั่วไป/ข้อเท็จจริง (เช่น It can be cold in December.) ไม่ใช่การคาดเดาสถานการณ์เฉพาะหน้าแบบที่ might/may ใช้

4. ใช้รูปย่อ "mightn't"/"mayn't" ทั้งที่ไม่เป็นธรรมชาติในภาษาอังกฤษปัจจุบัน

  • ไม่นิยม: She mightn't come.
  • ✅ ธรรมชาติกว่า: She might not come.

ต่างจาก can't, won't, don't ที่ใช้รูปย่อเป็นปกติ — mightn't/mayn't แทบไม่ใช้ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน ให้เขียนแยกคำเสมอ

5. สับสนระหว่างความหมาย "อนุญาต" กับ "ความเป็นไปได้" ในบริบทเดียวกัน จนแปลประโยคผิด

  • You may go now. หมายถึง "คุณไปได้แล้ว" (อนุญาต) ไม่ใช่ "คุณอาจจะไป" (ความเป็นไปได้)
  • ต้องดูบริบทประกอบเสมอว่าประธานเป็นผู้พูดขอ หรือผู้ฟังเป็นคนได้รับอนุญาต

6. ใช้ might/may ปนกับ hope/wish ผิดโครงสร้าง

  • I hope she might come. (ฟังดูแปลก ไม่เป็นธรรมชาติ)
  • I hope she will come. หรือ She might come; I hope so.

เคล็ดลับ

  • จำคู่คำนี้ไว้: may = ทางการ + มั่นใจกว่าเล็กน้อย, might = ไม่เป็นทางการเท่า + ไม่มั่นใจกว่า แต่ในชีวิตจริงใช้แทนกันได้บ่อยมาก ไม่ต้องกังวลมากเกินไปถ้าเลือกผิดระหว่างสองคำนี้
  • เวลาแปลคำไทยว่า "อาจจะ" หรือ "น่าจะ" ให้ตรวจสอบระดับความมั่นใจก่อนเสมอ: ถ้ามั่นใจสูงมาก (เกือบแน่ใจ) ให้ใช้ must; ถ้าไม่มั่นใจปานกลาง ให้ใช้ may/might; ถ้าเป็นไปได้หลายทางแบบสุ่ม ให้ใช้ could
  • ในการเขียนอีเมลหรือสถานการณ์ทางการ ให้ใช้ May I...? แทน Can I...? เพื่อให้ฟังดูสุภาพและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่นในที่ประชุม หรือกับลูกค้า
  • ฝึกแยกระหว่าง "May I go?" (ขออนุญาตใครสักคน) กับ "I may go." (บอกความเป็นไปได้ว่าตัวเองอาจจะไป) เพราะรูปประโยคเหมือนกันมาก ต่างกันแค่ตำแหน่งกริยาช่วยกับบริบท

ตัวอย่างประโยค Might / May ที่ใช้บ่อยในชีวิตจริง

  1. It might rain later, so take an umbrella. (ฝนอาจตกทีหลัง เอาร่มไปด้วยนะ)
  2. May I come in? (ขออนุญาตเข้ามาได้ไหม)
  3. She may not be available this afternoon. (เธออาจไม่ว่างบ่ายนี้)
  4. You may sit anywhere you like. (คุณนั่งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ)
  5. He might be running late because of traffic. (เขาอาจมาสายเพราะรถติด)
  6. We may travel to Japan next year. (เราอาจไปเที่ยวญี่ปุ่นปีหน้า)
  7. I might not finish this today. (ฉันอาจทำสิ่งนี้ไม่เสร็จวันนี้)
  8. May I ask you a personal question? (ขอถามคำถามส่วนตัวได้ไหมครับ/คะ)
  9. They might change the meeting time. (พวกเขาอาจเปลี่ยนเวลาประชุม)
  10. Visitors may not enter this area. (ผู้เยี่ยมชมไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่นี้)
  11. This might be the wrong number. (นี่อาจเป็นเบอร์ผิด)
  12. You may leave your bag here. (คุณวางกระเป๋าไว้ตรงนี้ได้)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Might / May

Q: Might กับ May ใช้แทนกันได้เสมอไหม?
A: ในความหมายความเป็นไปได้ ใช้แทนกันได้เกือบทุกกรณี แต่ในความหมายขออนุญาต may เป็นที่นิยมมากกว่าและฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า might

Q: ทำไม "She mights come" ถึงผิด?
A: เพราะ might เป็นกริยาช่วยแท้ ไม่มีการเติม -s ตามประธานไม่ว่าประธานจะเป็นใคร ต้องเขียนว่า She might come.

Q: "May not" ย่อเป็น "mayn't" ได้ไหม?
A: ในทางไวยากรณ์มีรูปนี้อยู่ แต่ไม่ใช้ในภาษาอังกฤษปัจจุบันแล้ว ให้เขียน "may not" แยกคำเสมอจะเป็นธรรมชาติกว่ามาก

Q: Might ใช้พูดถึงอดีตได้ไหม?
A: ใช้รูป might have + past participle เพื่อพูดถึงความเป็นไปได้ในอดีต เช่น She might have missed the bus. (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ Modal Perfect for Deduction)

จำหลักสำคัญ: may/might = ไม่แน่ใจ/เป็นไปได้ (ปานกลาง), may = ขออนุญาตแบบทางการ เลือกใช้ตามระดับความมั่นใจและความเป็นทางการของสถานการณ์ จะช่วยให้สื่อสารได้ตรงใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

Share: Copied!

Might / May — Bài tập 3

Luyện tập ngữ pháp tiếng Anh chủ đề Might / May với 10 câu hỏi trắc nghiệm. Trả lời đúng ít nhất 70% để qua bài kiểm tra.

10 questions คะแนนผ่าน: 70% Bài kiểm tra 3 /10 ตอบแล้ว

Cách làm bài kiểm tra

  • Đọc kỹ từng câu hỏi và chọn câu trả lời đúng nhất.
  • Bài kiểm tra không giới hạn thời gian — bạn có thể làm theo tốc độ của mình.
  • Nhấn ส่งแบบทดสอบ khi hoàn thành để xem điểm số và giải thích chi tiết.

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    One ___ argue that the benefits outweigh the costs, but the long-term effects are still unknown.

  2. 2

    You ___ leave the table once you have finished your dinner.

  3. 3

    Ask the teacher; she ___ know the answer.

  4. 4

    The rules state that a player ___ be substituted at any time.

  5. 5

    The keys ___ be in the car.

  6. 6

    This ___ seem difficult at first, but it gets easier.

  7. 7

    You ___ find it hard to believe, but the two companies are run by the same person.

  8. 8

    The package ___ be delivered today.

  9. 9

    He's a talented actor who ___ one day win an Oscar.

  10. 10

    The manuscript is of uncertain origin, though it ___ date back to the 15th century.