B1 · ระดับกลาง (Intermediate) TOEIC 405–600 IELTS 4.0–5.0 คำบุพบทและกริยาวลี (Prepositions & Phrasal Verbs)

Dependent Prepositions (คำบุพบทที่ใช้คู่กับคำเฉพาะ)

คำบุพบทที่ต้องใช้คู่กับคำกริยา, คำคุณศัพท์ หรือคำนามที่เฉพาะเจาะจง เช่น interested in, afraid of, good at

คำบุพบทเฉพาะในภาษาอังกฤษคืออะไร?

ในภาษาอังกฤษ คำคุณศัพท์ คำนาม และคำกริยาหลายคำจำเป็นต้องมีคำบุพบทเฉพาะตามหลังเสมอเพื่อให้ความหมายสมบูรณ์หรือเพื่อเชื่อมต่อกับกรรมครับ การรวมกลุ่มแบบนี้เราเรียกว่า คำบุพบทเฉพาะ (Dependent Preposition) ซึ่งไม่มีกฎตรรกะง่ายๆ ในการเลือกใช้ว่าคำไหนต้องคู่กับคำไหนครับ การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับ "คำแรก" เป็นหลัก ดังนั้นคุณจึงควรเรียนรู้พวกมันไปพร้อมกันในฐานะ "กลุ่มคำคงที่" (Collocations) ครับ

หากคุณละเว้นคำบุพบทหรือเลือกใช้คำบุพบทที่แปลตรงตัวมาจากภาษาอื่น ประโยคนั้นมักจะฟังดูผิดหลักไวยากรณ์หรือไม่เป็นธรรมชาติอย่างมากครับ

ตัวอย่าง:
She is good at playing the piano. (เธอเก่งในการเล่นเปียโน)
I'm interested in history. (ฉันสนใจในประวัติศาสตร์)
He is afraid of spiders. (เขากลัวแมงมุม)

โครงสร้างและสูตรของคำบุพบทเฉพาะ

แม้ว่าจะเป็นเรื่องของคลังคำศัพท์ แต่คำบุพบทเฉพาะก็มีโครงสร้างประโยคมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ไวยากรณ์ถูกต้องครับ

1. โครงสร้าง คำคุณศัพท์ + คำบุพบท (Adjective + Preposition)

คำคุณศัพท์หลายคำที่ใช้อธิบายความรู้สึก ความคิดเห็น หรือทักษะ มักจะจับคู่กับคำบุพบทเฉพาะตัวครับ

สูตร:

ประธาน + Be Verb + คำคุณศัพท์ + คำบุพบท + กรรม (นาม / สรรพนาม / กริยาเติม -ing)

  • ประธาน (Subject)
  • Be Verb: am / is / are / was / were
  • กรรม (Object)

ตัวอย่าง:
* He (S) is (Be) good (Adj) at English (O). (เขาเก่งภาษาอังกฤษ)
* My sister is afraid of heights. (น้องสาวของฉันกลัวความสูง)

คำคุณศัพท์ คำบุพบททที่ใช้คู่กัน ตัวอย่างในชีวิตจริง
Good / Bad at He's really good at English.
Interested in Are you interested in art?
Afraid / Scared of My sister is afraid of heights.
Proud of I'm so proud of you for passing your exam.
Famous for This city is famous for its beautiful architecture.
Different from / to My opinion is different from yours.
Similar to Your house is similar to mine.

2. โครงสร้าง คำกริยา + คำบุพบท (Verb + Preposition)

คำกริยาบางคำจำเป็นต้องมีคำบุพบทเพื่อเป็นสะพานเชื่อมการกระทำไปยังกรรมครับ

สูตร:

ประธาน + กริยา + คำบุพบท + กรรม (นาม / สรรพนาม / กริยาเติม -ing)

ตัวอย่าง:
* Please wait for me. (กรุณารอฉันด้วย)
* I don't agree with your decision. (ฉันไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของคุณ)

คำกริยา คำบุพบทที่ใช้คู่กัน ตัวอย่างในชีวิตจริง
Listen to I like to listen to music in the evening.
Wait for Please wait for me. I'll be ready soon.
Belong to Does this book belong to you?
Depend on Our picnic depends on the weather.
Agree with I don't agree with your decision.
Apologize for He apologized for being late.

3. โครงสร้าง คำนาม + คำบุพบท (Noun + Preposition)

คำนามบางคำมักตามด้วยคำบุพบทเฉพาะเพื่อเชื่อมโยงไปยังข้อมูลเพิ่มเติมครับ

สูตร:

คำนาม + คำบุพบท + กรรม (นาม / สรรพนาม / กริยาเติม -ing)

ตัวอย่าง:
* What was the reason for the delay? (เหตุผลของการล่าช้าคืออะไร?)
* She has a keen interest in photography. (เธอมีความสนใจอย่างมากในการถ่ายภาพ)

คำนาม คำบุพบทที่ใช้คู่กัน ตัวอย่างในชีวิตจริง
Reason for What was the reason for the delay?
Interest in She has a keen interest in photography.
Difference between What's the difference between A and B?
Solution to There is no easy solution to this problem.
Advantage of What is the advantage of living in the city?

ความแตกต่างระหว่างคำบุพบทเฉพาะกับกริยาวลี (Phrasal Verbs)

ลักษณะ คำบุพบทเฉพาะ (Dependent Prepositions) กริยาวลี (Phrasal Verbs)
ความหมาย กริยา/นาม/คุณศัพท์ ยังคงความหมายตรงตัวเดิมครับ คำบุพบทแค่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมทางไวยากรณ์ไปหาตัวกรรมเท่านั้น การรวมคำเขากับส่วนประกอบอื่นจะสร้างความหมายใหม่ขึ้นมาเลย ซึ่งมักจะเดาจากคำเดิมไม่ได้ครับ
การแยกคำ ไม่สามารถแยกคำหลักออกจากคำบุพบทของมันได้ครับ กริยาวลีหลายคำสามารถแยกได้ (เอากรรมมาวางตรงกลางได้)

เคล็ดลับการเรียนรู้คำบุพบทเฉพาะ

  1. จดจำแบบเป็นกลุ่มคำ (Chunking): อย่าจำคำว่า "depend" แยกต่างหากครับ ให้เขียนและท่องจำแบบเต็มไปเลยว่า "depend on"
  2. การอ่านอย่างสม่ำเสมอ: เนื่องจากไม่มีกฎตายตัวในการเดาคู่บุพบท การอ่านผ่านหูผ่านตาบ่อยๆ คือวิธีซึมซับที่เป็นธรรมชาติที่สุดครับ
  3. ใช้กฎ "V-ing": จำไว้เสมอว่าคำบุพบทต้องตามด้วยคำนามเสมอครับ หากคุณต้องการเอาคำกริยามาใส่หลังคำบุพบท "ต้อง" เปลี่ยนกริยานั้นให้อยู่ในรูป gerund (-ing) เสมอครับ (เช่น I am good at swimming ห้ามใช้ I am good at swim)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้บุพบทเฉพาะในประโยค

✗ ผิด ✓ ถูก เหตุผล
It depends of the situation. It depends on the situation. กริยา depend ต้องใช้คู่กับ on เสมอครับ
She is married with a lawyer. She is married to a lawyer. ในภาษาอังกฤษเราใช้ married to ใครบางคนครับ
I'm listening music. I'm listening to music. กริยา listen ต้องมีบุพบท to ก่อนตามด้วยกรรมครับ
He is good in sports. He is good at sports. เราใช้ good at เพื่อพูดถึงทักษะและความสามารถครับ
I apologize of that. I apologize for that. คุณขอโทษ "สำหรับ" (for) การกระทำหรือข้อผิดพลาดครับ

สรุปและเคล็ดลับสำหรับการใช้บุพบทเฉพาะ

หมวดหมู่ ตัวอย่างคู่คำที่พบบ่อยมาก
ความรู้สึกและอารมณ์ happy about, worried about, proud of, frightened of
ทักษะและพรสวรรค์ good at, bad at, terrible at, excellent at
ความเชื่อมโยง similar to, different from, related to, married to
กริยาที่พบบ่อย listen to, wait for, depend on, belong to, agree with

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สามารถเดาคำบุพบทเฉพาะจากภาษาดั้งเดิมของตัวเองได้ไหม?
ไม่ได้เลยครับ นี่คือจุดที่ทำให้เกิดความผิดพลาดมากที่สุด การใช้คำบุพบทนั้นแทบจะไม่ตรงกันเป๊ะๆ ระหว่างภาษาครับ เช่น หลายภาษาแปลว่า "แต่งงานกับ (with)" แต่ในภาษาอังกฤษต้องเป็น "married to" เท่านั้นครับ ให้เชื่อถือแหล่งอ้างอิงภาษาอังกฤษเป็นหลักเสมอครับ

ประโยคสามารถลงท้ายด้วยคำบุพบทเฉพาะได้ไหม?
ได้ครับ โดยเฉพาะในประโยคคำถามและประโยคความซ้อน เช่น "What are you looking at?" หรือ "That's the book I was telling you about."

มีวิธีเดาไหมว่าควรใช้บุพบทตัวไหน?
มีรูปแบบกว้างๆ อยู่นิดหน่อย (เช่น คุณศัพท์บอกความรู้สึกมักใช้คู่กับ about) แต่มีข้อยกเว้นเยอะมากจนไม่สามารถใช้เป็นกฎได้ครับ การท่องจำและการเห็นบ่อยๆ คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดครับ