B2 28 topics

ระดับกลางตอนสูง (Upper Intermediate)

ไวยากรณ์ระดับกลางตอนสูงสำหรับผู้ที่สื่อสารได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุมเรื่อง Perfect Continuous, ประโยคเงื่อนไขระดับสูง, รูปถูกกระทำกับกริยาช่วย, การนำคำพูดมาเล่าใหม่ระดับสูง, ประโยคเน้นความ, การสลับที่คำ, มาลาสมมติ (Subjunctive) และกริยาวลี

หัวข้อในเส้นทางการเรียน

  1. 1
    กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

    Must / Can't สำหรับการอนุมานเชิงตรรกะ

    ใช้ must และ can't เพื่อแสดงการอนุมานเชิงตรรกะ — must สำหรับข้อสรุปเชิงบวกที่เกือบจะแน่นอน และ can't สำหรับข้อสรุปเชิงลบที่เกือบจะแน่นอน ครอบคลุมถึงการอนุมานในอดีตด้วย must have และ can't have

  2. 2
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    Present Perfect Continuous

    Present Perfect Continuous เน้นที่ระยะเวลาและลักษณะที่ต่อเนื่องของกิจกรรมจนถึงปัจจุบัน แตกต่างจาก Present Perfect Simple

  3. 3
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    Past Perfect

    Past Perfect (had + past participle) ใช้บรรยายเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นลงก่อนหน้าอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการลำดับเรื่องราว

  4. 4
    กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

    Should Have / Could Have / Would Have

    Should have, could have และ would have ใช้เพื่อแสดงความเสียดาย, โอกาสที่พลาดไป และผลลัพธ์ที่สมมติขึ้นในอดีต จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ third conditionals และการสะท้อนถึงการตัดสินใจในอดีต

  5. 5
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    Past Perfect Continuous

    Past Perfect Continuous (had been + -ing) เน้นที่ระยะเวลาของกิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องมาก่อนหน้าเหตุการณ์ในอดีตอีกเหตุการณ์หนึ่ง

  6. 6
    กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

    Needn't / Needn't Have

    Needn't แสดงถึงการไม่มีภาระหน้าที่ (ไม่จำเป็น) Needn't have + past participle แสดงให้เห็นว่าการกระทำนั้นได้ทำไปโดยไม่จำเป็น เรียนรู้ความแตกต่างที่สำคัญจาก mustn't และ didn't need to

  7. 7
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    กริยาที่แสดงการขอร้องหรือบังคับ (Causative Verbs)

    Causative verbs (have, get, make, let, help) ใช้บรรยายสถานการณ์ที่บุคคลหนึ่งทำให้ขอร้องหรือบังคับอีกบุคคลหนึ่งทำบางสิ่งบางอย่าง กริยาแต่ละคำมีโครงสร้างและความหมายที่แตกต่างกัน

  8. 8
    โครงสร้างและการเชื่อมโยง (Mechanics & Cohesion)

    เครื่องหมายวรรคตอนในเชิงไวยากรณ์ (Punctuation as Grammar)

    เครื่องหมายวรรคตอนมีผลต่อความหมายและโครงสร้างอย่างไร: เช่น อัฒภาค (Semicolons), ทวิภาค (Colons), ยัตติภังค์ (Dashes) และการวางจุลภาคที่ผิดพลาด

  9. 9
    การสร้างคำ (Morphology)

    การสร้างคำใหม่ (Derivation: Prefixes, Suffixes, Roots)

    วิธีการที่สัณฐานวิทยาเชิงการสร้างคำใหม่สร้างคำขึ้นมา: เช่น รากศัพท์กรีก/ละติน และการเติมส่วนขยายหน้าหลังแบบซ้อนเป็นชั้น

  10. 10
    โครงสร้างและการเชื่อมโยง (Mechanics & Cohesion)

    Discourse Markers ขั้นสูง

    คำเชื่อมระดับสูงสำหรับงานเขียนที่เป็นทางการ เช่น albeit, notwithstanding, in light of, to this end, by contrast

  11. 11
    การสร้างคำ (Morphology)

    การเปลี่ยนหน้าที่คำโดยไม่เปลี่ยนรูป (Conversion / Zero Derivation)

    คำที่เปลี่ยนประเภทโดยไม่มีการเติมปัจจัยใดๆ เช่น to email กลายเป็น an email, to google, to water (รดน้ำต้นไม้)

  12. 12
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    Third Conditional (ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3)

    โครงสร้าง If + past perfect, would have + past participle — สำหรับสถานการณ์สมมติในอดีตและความเสียใจ

  13. 13
    คำบุพบทและกริยาวลี (Prepositions & Phrasal Verbs)

    Dependent Prepositions ขั้นสูง

    กลุ่มคำที่พบน้อยกว่าแต่มีความสำคัญ เช่น on behalf of, regardless of, in terms of, with regard to

  14. 14
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    Mixed Conditionals (ประโยคเงื่อนไขแบบผสม)

    การรวมช่วงเวลาที่แตกต่างกัน: เงื่อนไขสมมติในอดีต + ผลลัพธ์ในปัจจุบัน หรือเงื่อนไขสมมติในปัจจุบัน + ผลลัพธ์ในอดีต

  15. 15
    คำบุพบทและกริยาวลี (Prepositions & Phrasal Verbs)

    กริยาวลี (แบบแยกได้และแยกไม่ได้)

    ไวยากรณ์ของกริยาวลี: เมื่อใดที่กรรมสามารถหรือต้องวางแทรกระหว่างคำกริยากับส่วนขยาย

  16. 16
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    คำแทนคำว่า If (เช่น Unless, Provided That, As Long As, In Case)

    คำเชื่อมเงื่อนไขอื่นๆ ได้แก่ unless (ถ้าไม่), provided that, as long as (ในกรณีที่เท่านั้น), in case (เพื่อเป็นการป้องกัน)

  17. 17
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    Non-Defining Relative Clauses (อนุประโยคคุณศัพท์แบบไม่ชี้เฉพาะ)

    อนุประโยคที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมโดยมีเครื่องหมายจุลภาคคั่น เช่น My sister, who lives in Paris, is a doctor.

  18. 18
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs)

    ทำความเข้าใจว่ากริยาตัวใดต้องการกรรม (transitive) และกริยาตัวใดไม่ต้องการกรรม (intransitive)

  19. 19
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    อนุประโยคเนื้อความ (Noun Clauses)

    อนุประโยคที่ทำหน้าที่แทนคำนามในประโยค เช่น I know that she left. Tell me what you want.

  20. 20
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    ความสอดคล้องของประธานและกริยาขั้นสูง (ข้อยกเว้น)

    รูปแบบความสอดคล้องที่ซับซ้อน: เช่น สมุหนาม (Collective nouns), either/neither, none, ประธานในประพจน์ และประโยคสลับตำแหน่ง

  21. 21
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    การใช้ Wish และ If Only

    การแสดงความเสียใจและความปรารถนาที่จะให้สิ่งต่างๆ แตกต่างออกไป เช่น I wish I had studied harder. If only I knew.

  22. 22
    คำคุณศัพท์และคำวิเศษณ์ (Adjectives & Adverbs)

    ความแตกต่างทางความหมายของการเปรียบเทียบ (Comparison Nuances)

    การเปรียบเทียบในระดับละเอียด: as…as, not as…as, the…the, far/much/a lot + รูปขั้นกว่า และการเปรียบเทียบแบบคู่

  23. 23
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    Passive Voice ขั้นสูง

    ประโยคถูกกระทำในหลากหลายกาล (Tenses), การใช้ร่วมกับกริยาช่วย (Modals) และรูปประโยคแบบไม่ระบุตัวบุคคล

  24. 24
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    Reported Speech ขั้นสูง

    การรายงานคำสั่ง ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอ การใช้หลากหลายกาล และการใช้คำกริยานำที่นอกเหนือจาก say และ tell

  25. 25
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    รูปกริยาสมมติแบบทางการ (Formal Subjunctive)

    รูปกริยาสมมติในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการ เช่น I suggest that he be present. It is essential that she arrive on time.

  26. 26
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    ประโยคเน้น (Cleft Sentences)

    การแยกส่วนประโยคเพื่อเน้นจุดสำคัญ เช่น It was John who broke the window หรือ What I want is some rest

  27. 27
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    การสลับตำแหน่งคำกับคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธ (Inversion with Negative Adverbials)

    การวางคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธไว้หน้าประโยคเพื่อสลับตำแหน่งประธานและกริยาช่วย เช่น Never have I seen such chaos หรือ Rarely do we...

  28. 28
    คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)

    คำบอกปริมาณขั้นสูง (all, both, neither, either, none, every, each)

    การใช้ all, both, neither, either, none, every และ each อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งรูปแบบทางไวยากรณ์และความแตกต่าง