B2 · ระดับกลางตอนสูง (Upper Intermediate) TOEIC 605–780 IELTS 5.5–6.5 คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)

คำบอกปริมาณขั้นสูง (all, both, neither, either, none, every, each)

การใช้ all, both, neither, either, none, every และ each อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งรูปแบบทางไวยากรณ์และความแตกต่าง

คำบอกปริมาณระดับสูงคืออะไร?

ในภาษาอังกฤษ คำบอกปริมาณพื้นฐานอย่าง some หรือ any จะใช้พูดถึงจำนวนทั่วๆ ไป แต่สำหรับ คำบอกปริมาณระดับสูง (Advanced Quantifiers) เช่น all, both, neither, either, none, every, และ each จะเป็นคำกำหนดนาม (Determiner) และคำสรรพนามที่มีความแม่นยำสูง ใช้เพื่อแสดงถึง ความเป็นทั้งหมด (Totality), ความเป็นคู่ (Pairs) และ การอ้างอิงรายบุคคล (Individual reference) การฝึกฝนรูปแบบไวยากรณ์เฉพาะของคำเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพูดและเขียนภาษาอังกฤษให้ดูเป็นธรรมชาติและมีความเป็นมืออาชีพในระดับสูงครับ

โครงสร้างและสูตรของคำบอกปริมาณระดับสูง

คำบอกปริมาณระดับสูงจะมีสูตรการใช้ที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะในเรื่องของความเป็นพหูพจน์ของคำนามและการสอดคล้องของคำกริยาครับ

สูตรหลัก:
- คำบอกปริมาณ + นามพหูพจน์ / นามนับไม่ได้ + กริยา (พหูพจน์/เอกพจน์)
- คำบอกปริมาณ + of the + นามพหูพจน์ / สรรพนาม + กริยา (พหูพจน์/เอกพจน์)
- Each / Every + นามเอกพจน์ + กริยา (เอกพจน์)

วิธีการใช้ "All" และ "Both": กลุ่มทั้งหมดและกลุ่มที่เป็นคู่

ALL — กลุ่มทั้งหมด (ทั้งหมด/ทุก)

ใช้ "all" เพื่ออ้างถึงจำนวนทั้งหมดของบางสิ่งบางอย่าง

โครงสร้างรูปแบบ ตัวอย่างประโยค
all + นามพหูพจน์ + กริยาพหูพจน์ All students must attend. (นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม)
all + นามนับไม่ได้ + กริยาเอกพจน์ All water eventually evaporates. (น้ำทั้งหมดจะระเหยไปในที่สุด)
all the + คำนาม All the students passed. (นักเรียนทั้งหมดสอบผ่าน)
all of the + คำนาม All of the students passed.
all of + คำสรรพนาม All of them agreed. (พวกเขาทุกคนต่างเห็นพ้อง)
  • All knowledge is valuable. (ความรู้ทั้งหมดล้วนมีค่า)
  • I've read all of his books. (ฉันอ่านหนังสือของเขาทั้งหมดแล้ว)

BOTH — สองสิ่งรวมกัน (ทั้งคู่)

Both จะใช้กับสิ่งของที่เฉพาะเจาะจง "สองสิ่ง" เท่านั้นที่มองรวมกัน (และต้องใช้กริยาพหูพจน์เสมอ)

โครงสร้างรูปแบบ ตัวอย่างประโยค
both + นามพหูพจน์ + กริยาพหูพจน์ Both answers are correct. (คำตอบทั้งคู่ถูกต้อง)
both the + นามพหูพจน์ + กริยาพหูพจน์ Both the doors were locked. (ประตูทั้งสองบานถูกล็อกไว้)
both of the + คำนาม Both of the candidates spoke well.
both of + คำสรรพนาม Both of them agreed. (ทั้งคู่เห็นพ้องกัน)
คำสรรพนาม + both They both arrived late. (ทั้งคู่มาสาย)

💡 เคล็ดลับ: แม้ว่า "both the" และ "both of the" จะมีความหมายเหมือนกัน แต่คุณ "จำเป็น" ต้องใช้ "both of" เมื่อใช้กับสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมครับ (เช่น both of us ห้ามใช้ both us เด็ดขาด)

การใช้ "Neither" และ "Either" ในประโยค

"Neither" และ "Either" จะใช้กับกลุ่มที่มีจำนวน สองสิ่ง เท่านั้นครับ

NEITHER — รูปปฏิเสธ (ไม่ทั้งคู่)

ความหมาย: ไม่ใช่อันนี้และไม่ใช่อันนั้นด้วย (0 จาก 2)

  • โครงสร้าง: Neither + นามเอกพจน์ + กริยาเอกพจน์ (แบบทางการ)
    • Neither answer is correct. (ไม่มีคำตอบไหนถูกเลยจากทั้งสองอัน)
  • โครงสร้าง: Neither of the + นามพหูพจน์ + กริยาเอกพจน์/พหูพจน์
    • Neither of the candidates won. (ไม่มีผู้สมัครคนไหนชนะเลยทั้งคู่)

EITHER — รูปบอกเล่า (อันใดอันหนึ่ง)

ความหมาย: อันใดอันหนึ่งจากสองตัวเลือก อันไหนก็ได้ (1 จาก 2)

  • โครงสร้าง: Either + นามเอกพจน์
    • You can use either door. (คุณจะใช้ประตูไหนก็ได้จากสองบานนี้)
  • โครงสร้าง: Either of the + นามพหูพจน์
    • Is either of them available? (มีใครว่างสักคนไหมจากทั้งสองคนนั้น?)
    • I don't like either option. (ในบริบทปฏิเสธที่มี 'not/don't', 'either' จะหมายความว่าไม่เอาทั้งคู่เลย: ฉันไม่ชอบทั้ง A และ B)

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ "None" ในภาษาอังกฤษ

None หมายถึง "ไม่มีเลยสักอัน" หรือ "ไม่ใช่แม้แต่อันเดียว" คุณจะใช้คำนี้เมื่ออ้างถึงสิ่งของที่มีจำนวน สามสิ่งขึ้นไป หรือใช้กับนามนับไม่ได้ครับ (ถ้ามีแค่สองสิ่ง ต้องใช้ neither แทนครับ)

โครงสร้างรูปแบบ ตัวอย่างประโยค
none of the + นามพหูพจน์ None of the students failed. (ไม่มีนักเรียนคนไหนสอบตกเลย)
none of + คำสรรพนาม None of them understood. (ไม่มีใครในพวกเขาสักคนที่เข้าใจ)
none of the + นามนับไม่ได้ None of the money was found. (ไม่พบเงินเลยสักนิดเดียว)

หมายเหตเรื่องการใช้คำกริยา: None of ในเชิงคณิตศาสตร์จะหมายถึง 'ไม่ใช่อันหนึ่ง' ดังนั้นในระดับทางการจึงมักใช้กริยาเอกพจน์ครับ อย่างไรก็ตาม ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการนิยมใช้กริยาพหูพจน์ได้เช่นกันครับ
- None of the students were late. (ไม่เป็นทางการ)
- None of the information was correct. (นามนับไม่ได้ ใช้กริยาเอกพจน์เสมอ)

ความแตกต่างระหว่าง "Every" และ "Each"

ทั้งสองคำมีความหมายว่า "สมาชิกทุกคนในกลุ่มแยกกัน" แต่มีจุดเน้นที่ต่างกันเล็กน้อยครับ ทั้งสองคำต้องตามด้วย นามเอกพจน์ และ กริยาเอกพจน์ (กริยาเติม s/es) เสมอครับ

คุณสมบัติ EVERY (ทุกๆ) EACH (แต่ละ)
จุดเน้น เน้นที่กลุ่มทั้งหมดทำเหมือนกัน เน้นที่สมาชิกแต่ละคนทีละคน
ขนาดของกลุ่ม กลุ่มใหญ่ ไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน (3+) กลุ่มเล็ก หรือสิ่งของที่มีแค่ 2 สิ่ง
การใช้คู่กับ "of" ✗ ไม่ได้ (ห้ามใช้ every of) ✓ ได้ (each of the students)
  • Every student must pass the exam. (กฎทั่วไปสำหรับทั้งกลุ่ม)
  • Each student was given a different test. (เน้นที่ความแตกต่างรายบุคคล)
  • The president visits every country in the region. (เน้นที่กลุ่มประเทศขนาดใหญ่)
  • Each of the ten teams presented a proposal. (เน้นที่ทีมแต่ละทีมในกลุ่มที่ระบุจำนวนไว้ชัดเจน)

คำเชื่อมคู่ (Correlative Conjunctions): Neither…Nor / Either…Or

คู่คำเหล่านี้ใช้เพื่อเชื่อมความหรือเชื่อมคำนามสองคำเข้าด้วยกันครับ

คำเชื่อมคู่ ความหมาย ตัวอย่างโครงสร้าง
either…or ไม่... ก็... (อย่างใดอย่างหนึ่ง) You can have either tea or coffee. (คุณจะรับชาหรือกาแฟอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้)
neither…nor ไม่ทั้ง... และ... (ไม่เอาทั้งคู่) He speaks neither French nor Spanish. (เขาพูดไม่ได้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาสเปน)

💡 เคล็ดลับ: ในโครงสร้าง Neither N1 nor N2 ถ้า N2 เป็นพหูพจน์ คำกริยาจะผันตามคำนามตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดครับ (เช่น Neither the manager nor the employees know**)

ตัวอย่างการใช้คำบอกปริมาณระดับสูงในชีวิตจริง

  • All the delegates approved the motion; neither of the opposing proposals passed. (ผู้ร่วมประชุมทั้งหมดเห็นชอบ... ไม่มีข้อเสนอคัดค้านใดผ่านเลย)
  • Each employee has their own workspace, and every team has its own budget.
  • Both plans have merit, but neither is perfect. (ทั้งสองแผนมีข้อดี แต่ไม่มีแผนไหนที่สมบูรณ์แบบ)
  • You can apply via either method — both of them are equally valid.

สรุปและเคล็ดลับสำหรับคำบอกปริมาณระดับสูง

คำบอกปริมาณ ขนาดกลุ่มที่ใช้ ความหมาย การสอดคล้องของกริยา
All 3+ / นับไม่ได้ จำนวนทั้งหมด พหูพจน์ (ส่วนใหญ่)
Both 2 เท่านั้น ทั้งสองอย่างรวมกัน พหูพจน์
Every 3+ แต่อันๆ (กฎของกลุ่ม) เอกพจน์
Each 2+ รายบุคคล (ทีละหนึ่ง) เอกพจน์
Either 2 เท่านั้น อันใดอันหนึ่ง เอกพจน์
Neither 2 เท่านั้น ไม่ใช่ทั้งคู่ เอกพจน์
None 3+ / นับไม่ได้ ไม่มีเลย / ศูนย์ เอกพจน์ (ทางการ) / พหูพจน์ (ไม่ทางการ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

พดูว่า "every of my friends" ได้ไหม?
ไม่ได้ครับ "every of" ผิดหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษครับ คุณต้องใช้ "each of" เมื่อพูดถึงรายบุคคลในกลุ่ม หรือใช้ "all of" เมื่อพูดถึงกลุ่มในภาพรวมครับ ดังนั้นต้องใช้ว่า "Each of my friends" หรือ "All of my friends" ครับ

ความแตกต่างระหว่าง "neither" และ "none" คืออะไร?
"Neither" จะใช้เฉพาะกับสิ่งของที่มีจำนวน 2 สิ่งพอดีครับ (เช่น I tried both shirts, but neither fit) ส่วน "None" จะใช้กับสิ่งของ 3 สิ่งขึ้นไป หรือใช้กับปริมาณที่นับไม่ได้ครับ (เช่น I tried five shirts, but none of them fit)

ทำไมบางคนถึงพูดว่า "Both answer is right" ล่ะ?
นี่เป็นข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยครับ "Both" อ้างถึงสองสิ่ง ดังนั้นต้องตามด้วยคำนามพหูพจน์และกริยาพหูพจน์เสมอครับ ประโยคที่ถูกคือ "Both answers are right" หากคุณต้องการใช้คำนามเอกพจน์ ให้ใช้ "each" หรือ "either" แทนครับ (เช่น Each answer is right)

"either" หมายถึงอันเดียวหรือทั้งคู่?
"Either" จะสื่อถึงตัวเลือก 1 อย่างจาก 2 ตัวเลือกครับ (เช่น You can have either soup or salad) ไม่ได้แปลว่าเอาทั้งคู่รวมกันครับ หากคุณหมายถึงทั้งคู่รวมกันต้องใช้คำว่า "both" แต่ถ้าในประโยคปฏิเสธ "not either" จะมีความหมายแฝงว่าไม่เอาทั้งคู่ครับ (เช่น I don't like either one หมายความว่าฉันไม่ชอบทั้งสองอันเลย)

A1 คำนามทั่วไปและคำนามเฉพาะ (Common & Proper Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ (Singular & Plural Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามไม่ชี้เฉพาะ (a / an) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามชี้เฉพาะ (the) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 การไม่ใช้คำนำหน้าคำนาม (Zero Article) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 จำนวนนับ (Cardinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำบ่งชี้ (this, that, these, those) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 เลขลำดับที่ (Ordinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 พหูพจน์ที่ไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Plurals) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ ('s และ s') คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: some / any คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: much / many / a lot of คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: a few / a little คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B1 การใช้คำนำหน้าคำนามขั้นสูง (Advanced Article Usage) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) C1 กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)