สรุปสั้น ๆ: Demonstratives หรือ "คุณศัพท์บ่งชี้/สรรพนามบ่งชี้" คือคำที่ใช้ชี้บอกว่าสิ่งของอยู่ใกล้หรือไกลจากผู้พูด และเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ กฎหลักคือ this/that ใช้กับเอกพจน์ (this/that + นามเอกพจน์) ส่วน these/those ใช้กับพหูพจน์ (these/those + นามพหูพจน์) โดย this/these บ่งบอกว่าสิ่งนั้นอยู่ ใกล้ ผู้พูด ส่วน that/those บ่งบอกว่าอยู่ ไกล จากผู้พูด ผู้เรียนไทยมักสับสนเพราะภาษาไทยมีคำชี้เฉพาะ 3 ระดับ (นี่/นั่น/โน่น) ที่แบ่งตามระยะทางล้วน ๆ โดยไม่แยกเอกพจน์-พหูพจน์เหมือนภาษาอังกฤษ
ทำไมผู้เรียนไทยสับสนเรื่อง Demonstratives
ภาษาไทยใช้ระบบคำชี้เฉพาะ 3 ระดับตามระยะห่าง คือ "นี่" (ใกล้ที่สุด), "นั่น" (ไกลปานกลาง), "โน่น" (ไกลมาก) โดยคำเหล่านี้ใช้ได้กับทั้งของสิ่งเดียวและหลายสิ่งเหมือนกันหมด ไม่มีการเปลี่ยนรูปตามจำนวน เช่น "นี่คือหนังสือ" กับ "นี่คือหนังสือหลายเล่ม" ยังใช้คำว่า "นี่" เหมือนเดิม แต่ภาษาอังกฤษมีเพียง 2 ระดับระยะทาง (ใกล้-ไกล) แต่คูณด้วยจำนวน (เอกพจน์-พหูพจน์) กลายเป็น 4 คำที่ต้องเลือกให้ถูกทั้งสองมิติพร้อมกัน นี่คือสาเหตุที่ผู้เรียนไทยมักใช้ this กับคำนามพหูพจน์ หรือ these กับคำนามเอกพจน์แบบสลับกันไปมา เพราะสมองคุ้นชินกับระบบที่ไม่ต้องแยกจำนวน
ตารางสูตร Demonstratives ครบระบบ
| ใกล้ผู้พูด (Near) | ไกลผู้พูด (Far) | |
|---|---|---|
| เอกพจน์ (Singular) | this + คำนามเอกพจน์ | that + คำนามเอกพจน์ |
| พหูพจน์ (Plural) | these + คำนามพหูพจน์ | those + คำนามพหูพจน์ |
ตัวอย่าง:
- This book is mine. (หนังสือเล่มนี้ อยู่ใกล้ เอกพจน์)
- These books are mine. (หนังสือหลายเล่มนี้ อยู่ใกล้ พหูพจน์)
- That book is yours. (หนังสือเล่มนั้น อยู่ไกล เอกพจน์)
- Those books are yours. (หนังสือหลายเล่มนั้น อยู่ไกล พหูพจน์)
Demonstratives ทำหน้าที่ 2 แบบ: คุณศัพท์บ่งชี้ vs สรรพนามบ่งชี้
แบบที่ 1: Demonstrative Adjective (คุณศัพท์บ่งชี้) — วางหน้าคำนามเสมอ ทำหน้าที่ขยายคำนาม
- This laptop is new.
- Those shoes look expensive.
แบบที่ 2: Demonstrative Pronoun (สรรพนามบ่งชี้) — ใช้แทนคำนามได้เลยโดยไม่ต้องมีคำนามตามหลัง
- This is my laptop.
- Those are expensive.
ผู้เรียนไทยที่แปลตรงจาก "นี่" มักเข้าใจว่า this เป็นสรรพนามเท่านั้น จึงลืมว่า this สามารถวางหน้าคำนามเป็นคุณศัพท์ได้ด้วย เช่น พูดว่า "This is a very good idea" ได้ถูกต้อง แต่บางครั้งลืมใช้ในรูปคุณศัพท์ เช่น ไม่กล้าพูด "This idea is very good."
This/That ใช้อ้างอิงเวลาและสถานการณ์ (ไม่ใช่แค่สิ่งของที่จับต้องได้)
Demonstratives ยังใช้อ้างอิงถึงช่วงเวลาหรือความคิด/สถานการณ์ที่เพิ่งพูดถึง ซึ่งเป็นการใช้งานที่ผู้เรียนไทยมักไม่คุ้นเคย:
- This ใช้กับเวลาปัจจุบันหรือใกล้ตัว: this morning, this week, this year
- That ใช้กับเวลาที่ผ่านไปแล้วหรือสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้า: That was a great party! (พูดถึงเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว)
- This ใช้แนะนำความคิด/เรื่องที่กำลังจะพูดถึง: Listen to this: I got the job!
- That ใช้อ้างอิงถึงสิ่งที่เพิ่งพูดจบไป: He said he was busy. That surprised me.
เปรียบเทียบ Demonstratives กับ Personal Pronoun และ Article
ผู้เรียนไทยบางคนสับสนระหว่าง this/that กับ it หรือ the เพราะในภาษาไทยคำเหล่านี้บางทีแปลคล้ายกัน:
- I have a car. The car is red. (the = เคยพูดถึงมาก่อน ไม่ได้เน้นระยะห่าง)
- I have a car. This car is red. (this = เน้นว่าอยู่ตรงหน้า ใกล้ตัวผู้พูดขณะพูด)
- It is red. (it = สรรพนามแทนคำนามที่รู้กันแล้ว ไม่มีนัยเรื่องระยะทาง)
ความต่างสำคัญคือ the ไม่บ่งบอกระยะทางใกล้-ไกล แต่ demonstratives บ่งบอกระยะทางเสมอ
เคล็ดลับสำหรับผู้เรียนไทยในการเลือก this/that/these/those ให้ถูก
- ให้ถามตัวเองสองคำถามพร้อมกันเสมอ: (1) สิ่งนั้นมีกี่ชิ้น เอกพจน์หรือพหูพจน์ (2) สิ่งนั้นอยู่ใกล้หรือไกลจากตัวเรา แล้วเลือกคำที่ตรงกับคำตอบทั้งสองข้อ
- ฝึกจำแบบภาพ: this/these ชี้นิ้วไปที่ของใกล้มือ ส่วน that/those ชี้นิ้วไปไกล ๆ ลองทำท่าทางประกอบตอนฝึกพูดจะช่วยจำได้ดีขึ้น
- ระวังเรื่องกริยา be ที่ต้องผันตามให้สอดคล้อง: this/that ใช้กับ is, these/those ใช้กับ are เสมอ
- เมื่อพูดถึงเวลาปัจจุบันหรือใกล้ตัว ให้ใช้ this (this morning, this week) ส่วนเวลาที่ผ่านไปแล้วหรือเรื่องที่พูดจบไปแล้วให้ใช้ that
- ฝึกแต่งประโยคคู่ this-that และ these-those กับของจริงในห้องเรียน เช่น ชี้ปากกาบนโต๊ะตัวเองพูดว่า this pen แล้วชี้ปากกาบนโต๊ะเพื่อนที่นั่งไกลออกไปพูดว่า that pen
ตัวอย่างประโยค
- This is my favorite restaurant in town.
- These shoes are too small for me.
- That building over there is the new hospital.
- Those mountains in the distance look beautiful.
- Can you pass me this book on the table?
- I don't like that movie we watched last night.
- This year has been very challenging for our company.
- Those students over there are from Japan.
- This is exactly what I was looking for.
- That was the best meal I've ever had.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: this กับ these ใช้ผิดกันบ่อยที่สุดตรงไหน?
ตอบ: ผู้เรียนไทยมักพูดว่า "this shoes" แทนที่จะเป็น "these shoes" เพราะลืมว่า shoes เป็นพหูพจน์ (มีสองข้างเสมอ) จึงต้องใช้ these ไม่ใช่ this
ถาม: ทำไมบางครั้งพูดถึงสิ่งเดียวกันแต่ใช้ this บ้าง that บ้าง?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับมุมมองผู้พูด ณ ขณะนั้น เช่น ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ ผู้พูดอาจพูดว่า this call is important (มองว่าอยู่ใกล้ตัวตอนนี้) แต่ภายหลังเมื่อเล่าย้อนหลังอาจพูดว่า that call was important (มองว่าเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้ว)
ถาม: Demonstratives ใช้แทนคำนามได้เลยโดยไม่ต้องมีคำนามหรือไม่?
ตอบ: ได้ เมื่อทำหน้าที่เป็นสรรพนามบ่งชี้ (demonstrative pronoun) เช่น This is delicious. หรือ Those are mine. โดยไม่ต้องมีคำนามตามหลังเลย แต่ต้องแน่ใจว่าบริบทชัดเจนพอที่ผู้ฟังจะเข้าใจว่า "this/that/these/those" หมายถึงอะไร