A1 · ผู้เริ่มต้น (Beginner) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)

คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ (Singular & Plural Nouns)

คำนามภาษาอังกฤษจะเปลี่ยนรูปจากเอกพจน์เป็นพหูพจน์ตามกฎเกณฑ์ปกติ เรียนรู้รูปแบบสำคัญทั้งหมดและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำนามพหูพจน์ที่ไม่เป็นไปตามกฎและคำนามนับไม่ได้

คำนามเอกพจน์และพหูพจน์คืออะไร?

ในภาษาอังกฤษ คำนามส่วนใหญ่จะมีรูปฟอร์ม 2 แบบครับ คือ เอกพจน์ (Singular) (หมายถึงสิ่งของที่มีเพียง "หนึ่งเดียว" พอดี) และ พหูพจน์ (Plural) (หมายถึงสิ่งของที่มี "มากกว่าหนึ่ง") การรู้วิธีการเปลี่ยนรูปนามพหูพจน์ได้อย่างถูกต้องถือเป็นรากฐานสำคัญของไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่แม่นยำครับ เพราะประเภทของคำนามจะเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องใช้คำกริยาในรูปไหนครับ แม้ว่าคำนามส่วนใหญ่จะลดรูปแบบการสะกดที่คาดเดาได้ แต่ก็มีรูปเปลี่ยนนอกกฎ (Irregular), รูปที่ใช้เหมือนกัน (Identical) และคำนามที่เป็น "รูปพหูพจน์เสมอ" ที่คุณต้องอาศัยการจดจำครับ

โครงสร้างและสูตรสำหรับคำนามพหูพจน์

กฎทางไวยากรณ์กำหนดว่าคำนามเอกพจน์ต้องใช้คู่กับกริยาเอกพจน์ ในขณะที่คำนามพหูพจน์ต้องคู่กับกริยาพหูพจน์เสมอครับ

สูตรโครงสร้างมาตรฐาน:
- ประธาน (นามเอกพจน์) + กริยา (เอกพจน์ / กริยาเติม s/es)
- ประธาน (นามพหูพจน์) + กริยา (พหูพจน์ / กริยารูปปกติ)

ตัวอย่างเอกพจน์: The dog is barking. (หมา (ตัวเดียว) กำลังเห่า)
ตัวอย่างพหูพจน์: The dogs are barking. (พวกหมา (หลายตัว) กำลังเห่า)

วิธีการสร้างนามพหูพจน์ปกติ (กฎการเติม -s และ -es)

สำหรับคำศัพท์ภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ คุณเพียงแค่เติมปัจจัย (Suffix) -s หรือ -es ต่อท้ายคำนั้นๆ ได้เลยครับ

กฎการลงท้ายตัวอักษร วิธีการใช้งาน เอกพจน์ → พหูพจน์
คำนามทั่วไปส่วนใหญ่ เติม -s ได้เลย book → books, car → cars
คำที่ลงท้ายด้วย -s, -ss, -sh, -ch, -x, -z เติม -es (เพื่อช่วยในการออกเสียง) bus → buses, watch → watches

วิธีการสร้างพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย "Y", "O" และ "F"

ตัวอักษรบางตัวจำเป็นต้องมีการแก้ไขตัวสะกดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ครับ

กฎการลงท้ายคำนาม วิธีการแก้ไขตัวสะกด เอกพจน์ → พหูพจน์
พยัญชนะ + -y ตัด 'y' ทิ้ง แล้วเปลี่ยนเป็น -ies city → cities, baby → babies
สระ + -y คงรูป 'y' ไว้ แล้วเติม -s ได้เลย day → days, key → keys
คำที่ลงท้ายด้วย -f / -fe เปลี่ยน 'f/fe' เป็น -ves leaf → leaves, wife → wives
คำลงท้าย -o ส่วนใหญ่ เติม -es tomato → tomatoes, hero → heroes
ข้อยกเว้นสำหรับ -o (หมวดดนตรี/เทคโนโลยี) เติมแค่ -s piano → pianos, photo → photos

💡 เคล็ดลับ: สังเกตกฎ สระ+y ให้ดีนะครับ! เนื่องจาก 'a' เป็นสระในคำว่า day จึงเติมแค่ 's' (days) ได้เลย แต่เนื่องจาก 't' เป็นพยัญชนะในคำว่า city จึงต้องเปลี่ยนเป็น -ies (cities) ครับ

การจดจำนามพหูพจน์เปลี่ยนรูป (Irregular Plurals)

คำนามภาษาอังกฤษดั้งเดิมบางคำจะเปลี่ยนสระภายในคำ หรือเปลี่ยนโครงสร้างของคำไปเลยแบบสิ้นเชิงครับ คำกลุ่มนี้คุณต้องจดจำให้ได้นะครับ เพราะไม่ได้ใช้กฎการสะกดมาตรฐานครับ

รูปเอกพจน์ รูปพหูพจน์เปลี่ยนรูป ข้อควรระวัง (ห้ามใช้!)
man men (ผู้ชายหลายคน) ~~mans~~
woman women (ผู้หญิงหลายคน) ~~womans~~
child children (เด็กหลายคน) ~~childs~~
person people (คนหลายคน) ~~persons~~ (ใช้เฉพาะในภาษากฎหมาย)
tooth teeth (ฟันหลายซี่) ~~tooths~~
foot feet (เท้าสองข้าง) ~~foots~~
mouse mice (หนูหลายตัว) ~~mouses~~
goose geese (ห่านหลายตัว) ~~gooses~~

คำนามที่มีรูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกัน

มีคำนามกลุ่มพิเศษกลุ่มหนึ่ง (ส่วนใหญ่เป็นสัตว์) ที่จะมีหน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะๆ ไม่ว่าจะมีจำนวนเท่าไหร่ก็ตามครับ คุณต้องใช้บริบทของประโยคและคำกริยาเป็นตัวบอกจำนวนแทนครับ

คำนามฐาน ใช้เป็นเอกพจน์ (หนึ่ง) ใช้เป็นพหูพจน์ (หลายสิ่ง)
sheep one sheep (แกะหนึ่งตัว) five sheep (แกะห้าตัว)
fish one fish (ปลาหนึ่งตัว) many fish (ปลาจำนวนมาก)
deer one deer (กวางหนึ่งตัว) a herd of deer (ฝูงกวาง)
species one species (หนึ่งสายพันธุ์) two species (สองสายพันธุ์)

คำนามที่ใช้ในรูปพหูพจน์เสมอ (Plural Only)

สิ่งของบางอย่าง — โดยเฉพาะสิ่งที่มีสองส่วนประกอบเข้าด้วยกัน — จะไม่มีรูปเอกพจน์ ในการใช้งานปกติครับ และตามหลักไวยากรณ์ต้องใช้คู่กับกริยาพหูพจน์เสมอครับ

กฎนามพหูพจน์เสมอ ตัวอย่างประโยค
trousers / pants My trousers are too long. (กางเกงของฉันยาวเกินไป)
scissors The scissors are on the table. (กรรไกรวางอยู่บนโต๊ะ)
glasses (แว่นตา) Her reading glasses were broken. (แว่นสายตาของเธอหัก)
news (หน้าตาเหมือนพหูพจน์มาก!) The news is good today. (ข้อยกเว้น! ข่าวใช้กริยาเอกพจน์เสมอครับ!)

ตัวอย่างการใช้นามเอกพจน์และพหูพจน์ในชีวิตจริง

  • There are fundamentally three children running around in the family home.
  • I urgently need new reading glasses — I can't read the restaurant menus.
  • The beautiful leaves on the tall trees turn yellow in late autumn.
  • Exactly two women and five men attended the grammar classes.

สรุปและเคล็ดลับสำหรับคำนามเอกพจน์และพหูพจน์

หมวดหมู่คำนาม กฎการสะกด / วิธีการใช้ ตัวอย่างจำง่ายๆ
นามปกติทั่วไป เติม -s หรือ -es book → books, box -> boxes
คำลงท้ายด้วย -y พยัญชนะ+y = -ies city → cities, boy -> boys
คำลงท้ายด้วย -f / -fe ตัด f ออกแล้วเติม -ves leaf → leaves
นามเปลี่ยนรูปทั่วไป เปลี่ยนคำอย่างชัดเจน child → children, person -> people
กลุ่มที่ไม่มีการเปลี่ยนรูป ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวสะกด sheep → sheep
สิ่งของที่เป็นพหูพจน์เสมอ ต้องใช้กริยาพหูพจน์ทันที trousers are..., scissors are...

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

คำว่า "news" ลงท้ายด้วย "s" แสดงว่าเป็นพหูพจน์ใช่ไหม?
ไม่ใช่ครับ! นี่คือกับดักที่คนพลาดบ่อยที่สุดเลยครับ "News" (ข่าว) เป็นนามนับไม่ได้และเป็นเอกพจน์ครับ ต้องใช้กริยาเอกพจน์เสมอ คุณต้องพูดว่า "The news is" เท่านั้น ห้ามใช้ "The news are" เด็ดขาดครับ

ฉันสามารถพดูว่า "fishes" แทนคำว่า "fish" ได้ไหม?
ในวิถีการใช้ภาษาอังกฤษชีวิตประจำวัน คุณควรใช้คำว่า "fish" เป็นพหูพจน์ได้เลยครับ (เช่น I saw ten fish...) ส่วนคำว่า "fishes" จะถูกเก็บไว้ใช้เฉพาะในเชิงวิทยาศาสตร์หรือชีววิทยาเพื่อสื่อถึงปลา "สายพันธุ์" ต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นครับ

จะบอกว่ากรรไกรอันเดียวอย่างไร ในเมื่อมันเป็นพหูพจน์ตลอด?
คุณต้องใช้กลุ่มคำบอกจำนวนครับ เช่น "a pair of scissors" (กรรไกรหนึ่งคู่) หรือ "one pair of scissors" แต่คุณจะไม่พูดว่า "a scissor" ครับ

ทำไม "people" ถึงเป็นพหูพจน์ทั้งที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย s?
"People" เป็นรูปพหูพจน์เปลี่ยนรูปของคำว่า "person" ครับ ดังนั้นเมื่อคุณมองไปที่ฝูงชน คุณกำลังมองเห็น "people" หลายคน และเนื่องจากคำนี้สื่อถึงตัวบุคคลจำนวนมาก จึงต้องใช้กริยาพหูพจน์ทันทีครับ (เช่น The people are angry)

A1 คำนามทั่วไปและคำนามเฉพาะ (Common & Proper Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามไม่ชี้เฉพาะ (a / an) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามชี้เฉพาะ (the) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 การไม่ใช้คำนำหน้าคำนาม (Zero Article) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 จำนวนนับ (Cardinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำบ่งชี้ (this, that, these, those) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 เลขลำดับที่ (Ordinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 พหูพจน์ที่ไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Plurals) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ ('s และ s') คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: some / any คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: much / many / a lot of คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: a few / a little คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B1 การใช้คำนำหน้าคำนามขั้นสูง (Advanced Article Usage) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B2 คำบอกปริมาณขั้นสูง (all, both, neither, either, none, every, each) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) C1 กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)