A1 · ผู้เริ่มต้น (Beginner) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)

จำนวนนับ (Cardinal Numbers)

จำนวนนับ (1, 2, 3...) ใช้ตอบคำถาม 'มีจำนวนเท่าไหร่' เรียนรู้วิธีการสร้างและใช้ตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึงล้าน รวมถึงกฎการสะกดคำสำหรับเลขสิบและหลักสิบ

จำนวนนับคืออะไร?

ในภาษาอังกฤษ จำนวนนับ (Cardinal Numbers) (1, 2, 3 เป็นต้น) ใช้เพื่อบอก จำนวน ที่แน่นอน เพื่อตอบคำถามที่ว่า "มีเท่าไหร่?" ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญและมีการใช้งานบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการนับจำนวน, การวัดขนาด, อายุ, ราคา, เวลา และอื่นๆ อีกมากมาย การรู้วิธีการสะกดและรวมตัวเลขเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวันให้ชัดเจนครับ

โครงสร้างและสูตรของจำนวนนับ

จำนวนนับทำหน้าที่เป็นคำกำหนดนาม (Determiner) วางไว้ข้างหน้าคำนาม โครงสร้างทั่วไปมีรูปแบบที่ตรงไปตรงมาดังนี้:

สูตร:
- ตัวเลข (1) + คำนาม (เอกพจน์นับได้) + กริยา (เอกพจน์)
- ตัวเลข (>1) + คำนาม (พหูพจน์นับได้) + กริยา (พหูพจน์)

ตัวอย่าง: One child is playing. (เด็กหนึ่งคนกำลังเล่น) / Twenty children are playing. (เด็กยี่สิบคนกำลังเล่น)

วิธีการใช้ตัวเลข 1–20

พื้นฐานของระบบการนับเริ่มต้นด้วยตัวเลข 1 ถึง 20 ซึ่งหลายตัวจะมีชื่อเรียกเฉพาะที่คุณต้องอาศัยการจดจำครับ

ตัวเลข คำอ่าน ตัวเลข คำอ่าน
1 one 11 eleven
2 two 12 twelve
3 three 13 thirteen
4 four 14 fourteen
5 five 15 fifteen
6 six 16 sixteen
7 seven 17 seventeen
8 eight 18 eighteen
9 nine 19 nineteen
10 ten 20 twenty

💡 เคล็ดลับ:
- ตัวเลข 13–19 ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วย -teen (สังเกตการเปลี่ยนตัวสะกดเล็กน้อยในบางคำ เช่น thir-teen, fif-teen)
- 11 และ 12 (eleven, twelve) เป็นคำเปลี่ยนรูปพิเศษและไม่ใช้กฎการเติม "-teen" ครับ

วิธีการใช้เลขหลักสิบและเลขผสม (21–99)

เมื่อพ้นเลข 20 ไปแล้ว ตัวเลขกลุ่มนี้จะมีรูปแบบที่เป็นระบบและตายตัวมากครับ

หลักสิบ: 20–100

เลขหลักสิบส่วนใหญ่จะลงท้ายด้วย -ty:
| ตัวเลข | คำอ่าน | ตัวเลข | คำอ่าน |
|--------|------|--------|------|
| 20 | twenty | 60 | sixty |
| 30 | thirty | 70 | seventy |
| 40 | forty (ห้ามสะกดว่า fourty!) | 80 | eighty |
| 50 | fifty | 90 | ninety |

เลขผสม (21–99)

การสร้างตัวเลขระหว่างหลักสิบ ให้คุณนำคำหลักสิบมาผสมกับคำหลักหน่วย โดยในภาษาอังกฤษแบบเขียน คุณต้องใส่เครื่องหมายขีด (-) (Hyphen) เชื่อมตรงกลางเสมอครับ

ตัวเลข โครงสร้างคำ ผลลัพธ์
21 twenty + one twenty-one
35 thirty + five thirty-five
48 forty + eight forty-eight
99 ninety + nine ninety-nine

การบอกเลขหลักร้อย หลักพัน และหลักล้าน

เมื่อต้องจัดการกับจำนวนที่มากขึ้น คำพื้นฐานที่ต้องรู้คือ hundred (ร้อย), thousand (พัน), million (ล้าน) และ billion (พันล้าน) ครับ

ตัวเลข คำอ่าน
100 one hundred
200 two hundred
365 three hundred and sixty-five
1,000 one thousand
5,280 five thousand two hundred and eighty
1,000,000 one million

💡 เคล็ดลับ: สังเกตว่าคำว่า hundred และ thousand ห้ามเติม "s" เด็ดขาด เมื่อตามหลังตัวเลขที่เจาะจงครับ เช่น คุณต้องพูดว่า "five hundred" ห้ามพูดว่า "five hundreds" ครับ

เมื่อไหร่ที่ต้องใช้จำนวนนับคู่กับคำนาม

จำนวนนับจะวางไว้ข้างหน้าคำนามโดยตรงครับ

รูปแบบ ตัวอย่าง
ตัวเลข (>1) + นามพหูพจน์ three books (หนังสือสามเล่ม), twenty students
ตัวเลข (1) + นามเอกพจน์ one apple, a cup (สามารถใช้ a/an แทนหนึ่งได้)
One hundred เทียบกับ a hundred ใช้ได้ทั้งคู่: a hundred cars / one hundred cars
  • I have two sisters and one brother. (ฉันมีพี่สาวสองคนและน้องชายหนึ่งคน)
  • The building has thirty-five floors.

สถานการณ์พิเศษในการใช้งาน

หมายเลขโทรศัพท์

ให้อ่านตัวเลขทีละตัวครับ สำหรับเลขศูนย์ ในอังกฤษนิยมอ่านว่า "oh" (โอ) ส่วนอเมริกาจะอ่านว่า "zero" (ซีโร่) ครับ

0800 → "oh eight hundred"

ราคา

ให้บอกจำนวนเงินหลักก่อน แล้วค่อยตามด้วยหน่วยย่อยครับ

£4.99 → "four pounds ninety-nine"
$2.50 → "two dollars fifty"

อายุ

ใช้คำกริยา "to be" คู่กับตัวเลขได้เลยครับ ในการพูดทั่วไปไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า "years old" ต่อท้ายก็ได้ครับ

She is twenty-three. (เธออายุยี่สิบสามปี)

ปี ค.ศ.

ให้แบ่งเลขสี่หลักออกเป็นสองคู่เพื่ออ่านครับ

1990 → "nineteen ninety" (ไนน์ทีน-ไนน์ตี้)
2024 → "twenty twenty-four"

ตัวอย่างการใช้จำนวนนับในชีวิตจริง

  • There are seven days in a week and twelve months in a year.
  • My phone number is zero seven nine three four (07934...).
  • The ticket costs forty-five pounds.
  • She moved to London twenty-three years ago.

สรุปและเคล็ดลับสำหรับจำนวนนับ (Cardinal Numbers)

ช่วงตัวเลข รูปแบบ ตัวอย่าง
1–12 คำศัพท์เฉพาะตัว one, two… twelve
13–19 คำฐาน + -teen thirteen, fifteen
20–90 คำฐาน + -ty twenty, fifty
21–99 หลักสิบ-หลักหน่วย (มีขีดเชื่อม) thirty-four
100+ ตัวเลข + hundred/thousand + (and) three hundred and twelve

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ต้องพูดว่า "three hundred sixty-five" หรือ "three hundred and sixty-five" ถึงจะถูก?
ถูกทั้งคู่ตามหลักไวยากรณ์ครับ แต่จะต่างกันที่ภูมิภาคครับ ในภาษาอังกฤษแบบบริติช (อังกฤษ) จะนิยมใส่คำว่า "and" หลังคำว่า "hundred" เสมอครับ ส่วนในแบบอเมริกัน มักจะละคำว่า "and" ทิ้งไปครับ

ทำไมฉันถึงห้ามพูดว่า "I have twenty years" เวลาบอกอายุล่ะ?
ในภาษาอังกฤษ เรามองว่าอายุเป็น "สภาวะของการเป็นอยู่" ไม่ใช่สิ่งที่เรา "ครอบครอง" ครับ ดังนั้นคุณต้องใช้กริยา "to be" (am, is, are) แทนกริยา "to have" ครับ สูตรคือ: S + be + จำนวนนับ เช่น I am twenty หรือ I am twenty years old. ครับ

เลข 40 สะกดยังไงแน่? fourty หรือ forty?
ตัวสะกดที่ถูกต้องคือ forty แบบไม่มีตัว "u" ครับ แม้ว่าเลข 4 จะสะกดว่า four และ 14 จะสะกดว่า fourteen แต่พอเป็นหลักสิบ ตัว "u" จะหายไปครับ ต้องระวังจุดนี้ให้ดีนะครับ!

คำว่า "hundred" หรือ "thousand" สามารถเป็นพหูพจน์ (เติม s) ได้ไหม?
ได้ครับ! แต่จะใช้ในกรณีที่พูดถึงจำนวนมากๆ ที่ "ไม่เจาะจง" เท่านั้น และต้องตามหลังด้วยคำว่า "of" ครับ เช่น Hundreds of people came to the concert. (ผู้คนหลายร้อยคนมาที่งานคอนเสิร์ต) แต่ถ้ามีตัวเลขเจาะจงวางข้างหน้า ห้ามเติม s เด็ดขาดครับ (เช่น five hundred people)

A1 คำนามทั่วไปและคำนามเฉพาะ (Common & Proper Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ (Singular & Plural Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามไม่ชี้เฉพาะ (a / an) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามชี้เฉพาะ (the) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 การไม่ใช้คำนำหน้าคำนาม (Zero Article) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำบ่งชี้ (this, that, these, those) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 เลขลำดับที่ (Ordinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 พหูพจน์ที่ไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Plurals) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ ('s และ s') คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: some / any คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: much / many / a lot of คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: a few / a little คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B1 การใช้คำนำหน้าคำนามขั้นสูง (Advanced Article Usage) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B2 คำบอกปริมาณขั้นสูง (all, both, neither, either, none, every, each) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) C1 กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)