A1 · ผู้เริ่มต้น (Beginner) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

การใช้ 'There is / There are'

การบอกถึงการมีอยู่ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ there is (เอกพจน์/นับไม่ได้) และ there are (พหูพจน์)

"There is / There are" ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษคืออะไร?

ในภาษาอังกฤษ เราไม่สามารถแค่ใช้คำนามขึ้นต้นเป็นประธานแล้วตามด้วย Verb to be เพื่อบอกว่าบางสิ่ง "มีอยู่" ตรงนั้นตรงนี้ได้ครับ (เช่น การพูดว่า A book is on the table จะฟังดูแข็งเหมือนหุ่นยนต์หรือดูเป็นกวีเกินไปครับ) วิธีที่ถูกต้องในการบอกถึงการมีอยู่หรือปรากฏอยู่ของบางสิ่งในสถานที่หรือเวลาที่เฉพาะเจาะจง เราจะใช้ประธานสมมติ (Dummy Subject) คือคำว่า "There" ครับ เมื่อนำ There มาผสมกับ Verb to be เป็น "There is / There are" จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการบรรยายฉากภาพ, การแนะนำข้อมูลใหม่ หรือการระบุข้อเท็จจริงว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ไหนครับ

โครงสร้างและสูตรการใช้ "There is" เทียบกับ "There are"

เทคนิคทางไวยากรณ์ของโครงสร้างนี้คือ "ประธานที่แท้จริง" ของประโยคจะวางไว้ ข้างหลัง คำกริยาครับ ส่วนคำว่า "There" เป็นเพียงตัวสำรองที่วางไว้ให้ครบโครงสร้างประโยคเท่านั้น ดังนั้น คำกริยา (is หรือ are) จึงต้องผันให้สอดคล้องกับคำนามที่ตามหลังมาครับ

1. สูตรสำหรับนามเอกพจน์และนามนับไม่ได้

ใช้ "There is" (มักย่อเป็น There's) เมื่อพูดถึงสิ่งของเพียงสิ่งเดียว หรือเมื่อพูดถึงนามนับไม่ได้ (เช่น water, air, time, information) ครับ
* สูตร: There + is + นามเอกพจน์ / นามนับไม่ได้ + (สถานที่/เวลา)
* นามเอกพจน์: There is a cat on the roof. (มีแมวตัวหนึ่งอยู่บนหลังคา)
* นามนับไม่ได้: There is some water in the glass. (มีน้ำอยู่ในแก้วครับ)
* สูตรประโยคปฏิเสธ: There + isn't + a/an/any + คำนาม
* ตัวอย่างปฏิเสธ: There isn't any milk left. (ไม่มีนมเหลืออยู่เลยครับ)

2. สูตรสำหรับนามพหูพจน์

ใช้ "There are" เมื่อพูดถึงสิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปครับ (หมายเหตุ: ในภาษาเขียนมาตรฐาน เราจะไม่ย่อ There are เป็น There're นะครับ)
* สูตร: There + are + นามพหูพจน์ + (สถานที่/เวลา)
* นามพหูพจน์: There are three students in the room. (มีนักเรียนสามคนอยู่ในห้อง)
* นามพหูพจน์: There are many problems to solve. (มีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไขครับ)
* สูตรประโยคปฏิเสธ: There + aren't + any/many + นามพหูพจน์
* ตัวอย่างปฏิเสธ: There aren't any dogs in the park. (ไม่มีสุนัขอยู่ในสวนสาธารณะเลย)

3. สูตรประโยคคำถาม

การทำเป็นประโยคคำถามทำได้ง่ายๆ โดยการสลับที่ระหว่างคำว่า "There" กับกริยา "Be" ครับ
* สูตร: Is / Are + there + คำนาม + ?
* คำถามเอกพจน์: Is there a problem? (มีปัญหาอะไรไหมครับ?)
* คำถามพหูพจน์: Are there any questions? (มีคำถามอะไรไหมครับ?)
* คำถามระบุจำนวน: How many cars are there? (มีรถอยู่กี่คันครับ?)


การผันตามเวลา (Tense) และการใช้ร่วมกับกริยาช่วย (Modals)

ข้อดีของโครงสร้าง "There + Be" คือคำกริยา "Be" สามารถผันไปตามเวลาต่างๆ หรือใช้คู่กับกริยาช่วยเพื่อบอกการมีอยู่ในอดีต อนาคต หรือการคาดคะเนได้ครับ

  • การมีอยู่ในอดีต: There was a storm. / There were storms. (เคยมีพายุเกิดขึ้น)
  • การมีอยู่ในอนาคต: There will be a test tomorrow. (พรุ่งนี้จะมีการสอบครับ — ห้ามพูดว่า There will have เด็ดขาดครับ)
  • การมีอยู่ในรูปสมบูรณ์: There has been an accident. (เกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว)
  • การคาดคะเน: There might be a delay. (อาจจะมีความล่าช้าเกิดขึ้นได้ครับ)

วิธีแยกความแตกต่างระหว่าง "There" กับ "It"

นี่คือจุดที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักจะสับสนกันมากครับ
* "There" ใช้เพื่อแนะนำข้อมูลใหม่และบอกการมีอยู่
* ตัวอย่าง: "There is a book on the table." (ผมกำลังบอกคุณว่า "มี" หนังสืออยู่บนโต๊ะ)
* "It" ใช้แทนข้อมูลที่ทราบกันอยู่แล้ว หรือใช้เป็นประธานบอกสภาพอากาศ/เวลา
* ตัวอย่าง: "There is a book on the table. It is blue." (ผมกำลังบรรยายลักษณะของหนังสือเล่มที่เรา "รู้แล้วว่ามีอยู่" ครับ)


สรุปและเคล็ดลับสำหรับการใช้ "There is / There are"

รูปแบบไวยากรณ์ ความหมาย / จำนวน สูตรโครงสร้าง ตัวอย่างประโยค
There is (There's) 1 อย่าง หรือนับไม่ได้ There + is + นามเอกพจน์ There is a dog.
There are 2 อย่างขึ้นไป There + are + นามพหูพจน์ There are dogs.
There was/were มีอยู่ในอดีต There + was/were + นาม There was a fire.
There will be จะมีในอนาคต There + will be + นาม There will be snow.
Are there...? ถามว่ามี (หลายอย่าง) ไหม Are + there + นามพหูพจน์? Are there any left?

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ฉันสามารถใช้ "There's" กับนามพหูพจน์ได้ไหม?
ตามหลักไวยากรณ์ที่ถูกต้องคือ ไม่ได้ ครับ คุณไม่ควรเขียนว่า "There's three cars outside" แม้ว่าคุณจะได้ยินเจ้าของภาษาพูดแบบนี้บ่อยมากในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ เพราะมันออกเสียงง่ายกว่า แต่สำหรับการสอบหรือการเขียนทางการ ห้ามใช้เด็ดขาดครับ

ถ้ามีรายการสิ่งของหลายอย่างปนกันทั้งเอกพจน์และพหูพจน์ ต้องใช้กริยาตัวไหน?
เราจะใช้กฎ "ความใกล้ชิด" (Rule of Proximity) ครับ คือให้ผันกริยา (is หรือ are) ตามคำนามตัวที่วางอยู่ ใกล้ที่สุด ถัดจากกริยาตัวนั้นครับ
ตัวอย่าง 1: There is a pen, a notebook, and two books... (ผันตาม "a pen" ซึ่งเป็นเอกพจน์ครับ)
ตัวอย่าง 2: There are two books, a pen, and a notebook... (ผันตาม "two books" ซึ่งเป็นพหูพจน์ครับ)

ความแตกต่างระหว่าง "There isn't any milk" กับ "There is no milk" คืออะไร?
ทั้งสองประโยคมีความหมายเหมือนกันทุกประการครับ แต่การใช้ "There is no [noun]" จะฟังดูเน้นย้ำ หนักแน่น และเป็นทางการมากกว่าการใช้ "There isn't any" นิดหน่อยครับ

A1 โครงสร้างประโยคพื้นฐาน (S-V-O) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 ประโยคคำสั่ง (Imperatives) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A2 การสร้างประโยคคำถามเพิ่มเติม (How, Whose, Which) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Passive Voice (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Reported Speech (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามท้ายประโยค (Question Tags) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามทางอ้อม (Indirect Questions) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ความสอดคล้องของประธานและกริยาขั้นสูง (ข้อยกเว้น) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Passive Voice ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Reported Speech ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ประโยคเน้น (Cleft Sentences) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 การสลับตำแหน่งคำกับคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธ (Inversion with Negative Adverbials) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 Passive Voice ขั้นสูง (Infinitive, Gerund และโครงสร้างการรายงาน) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 โครงสร้างการรายงานคำพูดขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การนำส่วนประกอบมาไว้หน้าประโยค (Fronting) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การสลับตำแหน่งคำขั้นสูง (Advanced Inversion) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การละและการแทนที่ (Ellipsis & Substitution) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การประสานประโยคขั้นสูง (โครงสร้างคู่ขนานและคำสันธานแบบคู่) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การใช้อนุประโยคขั้นสูง (Participial, Absolute และ Infinitivial Clauses) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)