C1 · ระดับสูง (Advanced) TOEIC 785–900 IELTS 7.0–8.0 ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

Passive Voice ขั้นสูง (Infinitive, Gerund และโครงสร้างการรายงาน)

รูปประโยคแบบถูกกระทำขั้นสูง: เช่น to be done (infinitive), being done (gerund) และโครงสร้างการรายงานที่ซับซ้อน เช่น believed to have been

Passive Infinitive และ Passive Gerund คืออะไร?

ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษมาตรฐาน ทั้งรูปกริยา infinitive (เช่น to do, to see) และ gerund (เช่น doing, seeing) ทำหน้าที่เป็นรูปกริยาไม่แท้ (non-finite verbs) ซึ่งสามารถอยู่ในรูปประโยคแบบ "เป็นผู้กระทำ" (Active) หรือ "ถูกกระทำ" (Passive) ก็ได้ครับ ในขณะที่รูปประโยคแบบ Active จะเน้นไปที่ประธานที่เป็นผู้ลงมือทำ แต่สำหรับ Passive Infinitive และ Passive Gerund จะเน้นไปที่การกระทำที่ "เกิดขึ้นกับ" ประธานครับ การฝึกฝนรูปกริยาไม่แท้ระดับสูงเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจน เป็นกลาง และดูเป็นทางการแบบมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำหรือผู้กระทำนั้นไม่มีความสำคัญครับ

โครงสร้างและสูตรของ Passive Infinitive และ Gerund

เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างเหล่านี้ เราต้องแยกย่อยสูตรที่ชัดเจนโดยมีสัญลักษณ์ทางไวยากรณ์ดังนี้ครับ:

1. วิธีการสร้าง Passive Infinitives (รูปถูกกระทำของ to + V)

Passive infinitive มักใช้ตามหลังคำกริยา, คำคุณศัพท์ หรือกริยาช่วยบางตัวที่โดยธรรมชาติแล้วต้องการ infinitive มาต่อท้ายครับ

  • สูตรมาตรฐาน: ประธาน + กริยา 1 + to be + V3 (กริยาช่อง 3)
  • สูตร Passive Infinitive แบบสมบูรณ์ (สำหรับเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว): ประธาน + กริยา 1 + to have been + V3
  • ตัวอย่าง: The report (ประธาน) needs (กริยา) to be finished (to be + V3) by tomorrow. (รายงานจำเป็นต้องได้รับการทำให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ครับ)
  • ตัวอย่างที่ตามหลังคุณศัพท์: She was happy to be invited. (เธอมีความสุขที่ได้รับเชิญครับ)

2. วิธีการสร้าง Passive Gerunds (รูปถูกกระทำของ V-ing)

Passive gerund มักใช้ตามหลังคำบุพบท หรือตามหลังคำกริยาเฉพาะเจาะจงที่บังคับว่าต้องตามด้วย gerund เท่านั้นครับ

  • สูตรมาตรฐาน: ประธาน + กริยา 1 + being + V3
  • สูตร Passive Gerund แบบสมบูรณ์ (สำหรับเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว): ประธาน + กริยา 1 + having been + V3
  • ตัวอย่างที่ตามหลังกริยา: He dislikes being told what to do. (เขาไม่ชอบการถูกสั่งว่าต้องทำอะไรครับ)
  • ตัวอย่างที่ตามหลังบุพบท: We are tired of being ignored. (พวกเราเหนื่อยกับการถูกละเลยแล้วครับ)

ควรใช้ Passive Infinitives หรือ Passive Gerunds ตอนไหน?

การจะเลือกระหว่าง infinitive หรือ gerund ขึ้นอยู่กับ "คำกระตุ้น" (คือคำกริยาหลัก, คำคุณศัพท์ หรือคำบุพบท) ที่วางอยู่ข้างหน้ามันโดยตรงครับ

คำกระตุ้นสำหรับ Passive Infinitives (to be + V3):

  1. กริยาที่แสดงความต้องการและความคาดหวัง: want, expect, hope, need, decide.
    • ตัวอย่าง: He hopes to be promoted soon. (เขาหวังว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเร็วๆ นี้ครับ)
  2. คำคุณศัพท์ที่แสดงอารมณ์หรือความยากง่าย: glad, happy, sad, difficult, easy.
    • ตัวอย่าง: It is difficult to be understood in a noisy room. (มันยากที่จะได้รับการทำความเข้าใจในห้องที่เสียงดังครับ)
  3. กริยาช่วย (Modals): must, should, can, will.
    • ตัวอย่าง: The truth must be told. (ความจริงจะต้องถูกเปิดเผยออกมาครับ)

คำกระตุ้นสำหรับ Passive Gerunds (being + V3):

  1. กริยาที่เกี่ยวกับความรู้สึกหรือการหลีกเลี่ยง: avoid, enjoy, dislike, mind, risk.
    • ตัวอย่าง: She avoids being seen in public. (เธอมักหลีกเลี่ยงการถูกพบเห็นในที่สาธารณะครับ)
  2. คำบุพบททุกตัว: about, for, of, on, without, by, forward to.
    • ตัวอย่าง: He is afraid of being caught. (เขากลัวว่าจะถูกจับได้ครับ)
    • ตัวอย่าง: I look forward to being interviewed. (ฉันตั้งตารอที่จะได้รับการสัมภาษณ์ครับ — หมายเหตุ: 'to' ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นบุพบท ไม่ใช่ตัวบอก infinitive นะครับ!)

ความแตกต่างระหว่าง "Need + Gerund" และ "Need + Passive Infinitive"

หนึ่งในโครงสร้างที่สร้างความสับสนมากที่สุดคือการใช้กริยา need ครับ ในไวยากรณ์ระดับสูง คุณสามารถอธิบายแนวคิดแบบถูกกระทำโดยใช้รูป gerund ที่ หน้าตาเหมือนเป็นผู้กระทำ ได้ครับ

  • Need + Passive Infinitive (รูปแบบมาตรฐานที่เป็นทางการ):
    • ตัวอย่าง: The car needs to be washed. (รถจำเป็นต้องได้รับการล้างครับ)
  • Need + Gerund (รูป Active แต่ความหมายผลเป็น Passive): เป็นอีกทางเลือกที่นิยมใช้กันมาก และให้ความหมายเดียวกันเป๊ะเลยครับ
    • ตัวอย่าง: The car needs washing. (รถต้องล้างแล้วล่ะ — ให้ความหมายว่าตัวรถถูกล้างครับ)

สรุปและเคล็ดลับสำหรับการใช้ Passive Infinitives และ Gerunds

รูปกริยาไม่แท้ คำกระตุ้น สูตรโครงสร้าง ตัวอย่าง
Passive Infinitive want, expect, คุณศัพท์ to be + V3 I want to be chosen.
Perfect Passive Inf. เหตุการณ์ที่จบก่อนกริยาหลัก to have been + V3 Lucky to have been saved.
Passive Gerund avoid, dislike, บุพบท being + V3 She hates being interrupted.
Perfect Passive Ger. เหตุการณ์ที่จบไปก่อนหน้า having been + V3 Denied having been told.
Need / Want สิ่งที่ต้องการการดูแลทางกายภาพ Need + V-ing The floor needs sweeping.

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ฉันสามารถใช้ "having been + V3" แทนที่ "being + V3" ได้ไหม?
ได้ครับ แต่มันจะบอกช่วงเวลาที่ต่างกันครับ ให้ใช้ being + V3 สำหรับเหตุการณ์ทั่วไปหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับกริยาหลัก ส่วนการใช้ having been + V3 (Perfect Passive Gerund) จะเป็นการเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ที่ถูกกระทำนั้น "เกิดขึ้นก่อน" กริยาหลักครับ

ทำไมเราถึงพูดว่า "look forward to being" แทนที่จะเป็น "look forward to be"?
นี่คือกับดักทางไวยากรณ์ที่พบบ่อยระดับตำนานเลยครับ คำว่า "to" ในวลี "look forward to" ทำหน้าที่เป็น คำบุพบท (Preposition) ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ "to infinitive" ครับ และเนื่องจากกฎมีอยู่ว่าหลังคำบุพบทต้องตามด้วยคำนามหรือ gerund (-ing) เสมอ ดังนั้นคุณต้องใช้รูป gerund คือ We look forward to being invited ครับ

ประโยค "The car needs washed" ถูกหลักไวยากรณ์ไหม?
ถ้าว่ากันตามหลักไวยากรณ์สากลมาตรฐานคือ ไม่ถูกครับ รูปที่ถูกต้องคือ The car needs washing (gerund) หรือ The car needs to be washed (passive infinitive) ครับ การพูดว่า "needs washed" เป็นลักษณะของสำเนียงท้องถิ่นในบางพื้นที่ (เช่น สกอตแลนด์ หรือบางรัฐในสหรัฐฯ) ซึ่งควรหลีกเลี่ยงในงานเขียนทางการและการสอบระดับนานาชาติครับ

A1 โครงสร้างประโยคพื้นฐาน (S-V-O) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 ประโยคคำสั่ง (Imperatives) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 การใช้ 'There is / There are' ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A2 การสร้างประโยคคำถามเพิ่มเติม (How, Whose, Which) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Passive Voice (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Reported Speech (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามท้ายประโยค (Question Tags) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามทางอ้อม (Indirect Questions) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ความสอดคล้องของประธานและกริยาขั้นสูง (ข้อยกเว้น) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Passive Voice ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Reported Speech ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ประโยคเน้น (Cleft Sentences) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 การสลับตำแหน่งคำกับคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธ (Inversion with Negative Adverbials) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 โครงสร้างการรายงานคำพูดขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การนำส่วนประกอบมาไว้หน้าประโยค (Fronting) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การสลับตำแหน่งคำขั้นสูง (Advanced Inversion) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การละและการแทนที่ (Ellipsis & Substitution) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การประสานประโยคขั้นสูง (โครงสร้างคู่ขนานและคำสันธานแบบคู่) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การใช้อนุประโยคขั้นสูง (Participial, Absolute และ Infinitivial Clauses) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)