C1 · ระดับสูง (Advanced) TOEIC 785–900 IELTS 7.0–8.0 คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)

กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases)

กลุ่มคำนามขั้นสูง: เชี่ยวชาญการขยายความก่อนและหลังคำนาม การทำให้เป็นคำนาม และการเรียงคำนามซ้อนในภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ

แชร์: คัดลอกแล้ว!
ตารางอันดับ ดูว่าคุณอยู่อันดับไหนในเดือนนี้ ดู

สรุปสั้น ๆ: วลีนาม (noun phrase) ขั้นสูง คือกลุ่มคำที่มีคำนามเป็นแกนหลัก (head noun) แล้วมีตัวขยายทั้งด้านหน้า (pre-modifier) เช่น คำคุณศัพท์หลายตัว, คำนามขยายคำนาม และด้านหลัง (post-modifier) เช่น Relative Clause, Prepositional Phrase, To-infinitive มาประกอบกันเป็นโครงสร้างที่ยาวและซับซ้อน เช่น the tall man standing next to the door who called me yesterday ผู้เรียนไทยที่คุ้นเคยกับโครงสร้างขยายความแบบภาษาไทย (ซึ่งวางส่วนขยายไว้หลังคำนามเสมอ) มักสับสนเมื่อภาษาอังกฤษให้วางตัวขยายบางชนิดไว้ หน้า คำนาม และบางชนิดไว้ หลัง คำนาม

ความแตกต่างพื้นฐาน: ภาษาไทยขยายหลัง ภาษาอังกฤษขยายทั้งหน้าและหลัง

ภาษาไทยเป็นภาษาที่ส่วนขยายเกือบทั้งหมดวางไว้ หลัง คำนามหลัก เช่น "บ้านสีแดงหลังใหญ่ที่อยู่ริมถนน" คำว่า "สีแดง" "หลังใหญ่" "ที่อยู่ริมถนน" ล้วนอยู่หลังคำว่า "บ้าน" ทั้งสิ้น แต่ภาษาอังกฤษมีกฎที่ตรงข้ามกันบางส่วน: คำคุณศัพท์เดี่ยว ๆ และคำนามที่ทำหน้าที่ขยาย (noun modifier) ต้องวาง หน้า คำนามหลักเสมอ ในขณะที่ส่วนขยายที่ยาวกว่า เช่น Relative Clause หรือ Prepositional Phrase ต้องวาง หลัง คำนามหลัก นี่คือจุดที่ทำให้ผู้เรียนไทยเรียงคำผิดบ่อยที่สุด เช่น พูดว่า "the house red big" แทนที่จะเป็น "the big red house"

สูตรโครงสร้างวลีนามขั้นสูง (Noun Phrase Formula)

[Determiner] + [Pre-modifiers] + [HEAD NOUN] + [Post-modifiers]
ตำแหน่ง ชนิดคำ ตัวอย่าง
Determiner (คำนำหน้านาม/คำบ่งชี้) a, an, the, this, my, some the
Pre-modifier 1 Opinion adjective (คุณศัพท์แสดงความเห็น) beautiful
Pre-modifier 2 Size/Age/Shape/Color adjective old, red
Pre-modifier 3 Noun ทำหน้าที่ขยาย (noun as modifier) wooden, kitchen
Head Noun คำนามหลัก table
Post-modifier 1 Prepositional phrase in the corner
Post-modifier 2 Relative Clause which my grandfather made
Post-modifier 3 To-infinitive / Participle phrase used for dining

ตัวอย่างเต็มรูปแบบ: the beautiful old wooden kitchen table in the corner which my grandfather made = "โต๊ะครัวไม้เก่าสวยงามตัวที่อยู่มุมห้องซึ่งปู่ของฉันทำขึ้นมา"

ลำดับคำคุณศัพท์หน้าคำนาม (Adjective Order) ที่ผู้เรียนไทยต้องท่อง

ภาษาไทยไม่มีกฎลำดับตายตัวสำหรับคุณศัพท์ (เพราะคุณศัพท์ไทยอยู่หลังคำนามและเรียงตามความสำคัญที่ผู้พูดต้องการเน้น) แต่ภาษาอังกฤษมีลำดับตายตัวที่เรียกกันในหมู่ครูสอนภาษาว่า OSASCOMP หรือ "กฎ Royal Order of Adjectives":

Opinion → Size → Age → Shape → Color → Origin → Material → Purpose + Noun

ตัวอย่าง: a lovely small old round black Thai wooden dining table (ความเห็น-ขนาด-อายุ-รูปทรง-สี-แหล่งกำเนิด-วัสดุ-จุดประสงค์-คำนาม)

คำนามขยายคำนาม (Noun as Adjective) จุดที่คนไทยมักผิด

ภาษาอังกฤษสามารถใช้คำนามหนึ่งมาขยายคำนามอีกตัวได้โดยตรง โดยคำนามตัวหน้าจะไม่เติม s แม้จะสื่อความหมายพหูพจน์ก็ตาม เพราะทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์แล้ว

  • ถูก: a five-year-old boy / ผิด: a five-years-old boy
  • ถูก: a two-hour meeting / ผิด: a two-hours meeting
  • ถูก: a book shelf / ผิด: a books shelf

ผู้เรียนไทยมักเติม -s ตามความรู้สึกว่า "มีมากกว่าหนึ่ง จึงต้องเป็นพหูพจน์" แต่กฎภาษาอังกฤษถือว่าคำนามที่ทำหน้าที่ขยายจะกลายเป็นคุณศัพท์ ไม่ผัน s

ส่วนขยายด้านหลัง (Post-modification) ที่ทำให้วลีนามซับซ้อน

  1. Prepositional Phrase: the man in the blue shirt
  2. Relative Clause (Defining/Non-defining): the woman who lives next door, my father, who is a doctor,
  3. Present Participle Phrase (V-ing): the girl standing by the window
  4. Past Participle Phrase (V3): the report written by the manager
  5. To-infinitive Phrase: the first person to arrive
  6. Appositive (นามซ้อนขยายนาม): my friend, a doctor from Chiang Mai, called me

จุดที่ต้องระวังคือ Relative Clause แบบ Non-defining (ให้ข้อมูลเสริม) ต้องมีจุลภาค (comma) คั่น ในขณะที่ Defining (จำเป็นต่อความหมาย) ห้ามมีจุลภาค ผู้เรียนไทยมักไม่แยกสองแบบนี้เพราะภาษาไทยไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนที่ทำหน้าที่แบบนี้

เคล็ดลับสำหรับผู้เรียนไทยในการสร้างวลีนามที่ถูกต้อง

  1. เวลาแต่งประโยคภาษาอังกฤษ ให้ลองแปลใจความก่อน แล้ว "สลับลำดับ" ส่วนขยายที่เป็นคำคุณศัพท์เดี่ยวมาไว้หน้าคำนาม อย่าเรียงตามสัญชาตญาณแบบไทยที่วางไว้หลัง
  2. ท่องกฎ OSASCOMP เป็นประโยคช่วยจำ เช่น "โอ้ ไซส์ อายุ เชป คัลเลอร์ โอริจิน แมทีเรียล เพอร์โพส" เพื่อเรียงคุณศัพท์หลายตัวให้ถูก
  3. เมื่อต้องขยายความยาว ๆ (บอกว่าใครทำอะไร อยู่ที่ไหน) ให้ใช้ Relative Clause หรือ Prepositional Phrase วางไว้ หลัง คำนามเสมอ เพราะนี่คือจุดที่ตรงกับความรู้สึกไทยพอดี (เพราะไทยก็ขยายหลังเช่นกัน) จึงง่ายกว่าส่วนหน้า
  4. ฝึกแยกวลีนามยาว ๆ ออกเป็นชิ้น ๆ เวลาอ่านบทความภาษาอังกฤษ โดยวงกลม head noun แล้วดูว่าอะไรขยายหน้า อะไรขยายหลัง จะช่วยให้จับโครงสร้างได้ไวขึ้น
  5. อย่าลืมว่าคำนามที่ทำหน้าที่ขยายคำนามอื่นจะไม่ผันรูปพหูพจน์

ตัวอย่างประโยค

  1. She bought a beautiful antique wooden chair for her new office.
  2. The tall young man standing at the corner is my cousin.
  3. We need a three-month plan to finish this project.
  4. The book that you recommended last week was excellent.
  5. My teacher, who has taught English for twenty years, is retiring this year.
  6. This is the report written by the finance team yesterday.
  7. He is the only student to pass the exam with full marks.
  8. I met an old friend, a former classmate of mine, at the airport.
  9. The small red sports car parked outside belongs to my neighbor.
  10. A two-hour flight delay ruined our whole schedule.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ทำไมภาษาอังกฤษถึงมีทั้งขยายหน้าและขยายหลัง ในขณะที่ภาษาไทยขยายหลังอย่างเดียว?
ตอบ: เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละภาษา (typology) ภาษาอังกฤษจัดกลุ่มคำคุณศัพท์เดี่ยว ๆ ไว้เป็นส่วนหนึ่งของ "กลุ่มคำนาม" ที่แน่นกระชับ (tight noun group) จึงวางไว้หน้า ส่วนขยายที่เป็นประโยคหรือวลียาว ๆ จะวางหลังเพื่อไม่ให้วลีหน้าคำนามยาวจนอ่านยาก

ถาม: ต้องเรียงคุณศัพท์ตามกฎ OSASCOMP ทุกครั้งไหม?
ตอบ: ปกติเราไม่ใช้คุณศัพท์เกิน 2-3 ตัวติดกันในการพูดทั่วไป กฎนี้มีไว้ช่วยเมื่อจำเป็นต้องใช้หลายตัว และเจ้าของภาษาเองก็ใช้ตามความเคยชินโดยไม่ได้นึกถึงกฎ แต่สำหรับผู้เรียนภาษาที่สองการท่องลำดับนี้ช่วยลดความผิดพลาดได้มาก

ถาม: Relative Clause แบบมีจุลภาคกับไม่มีจุลภาคต่างกันอย่างไร?
ตอบ: แบบไม่มีจุลภาค (defining) คือข้อมูลจำเป็นที่บอกว่าเรากำลังพูดถึงคนไหน/สิ่งไหน เช่น the man who called me (ถ้าตัดออกจะไม่รู้ว่าใคร) ส่วนแบบมีจุลภาค (non-defining) คือข้อมูลเสริมที่ตัดออกได้โดยไม่เสียใจความหลัก เช่น my father, who is 60 years old,

แชร์: คัดลอกแล้ว!

กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases) — แบบฝึกหัด 5

ฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษหัวข้อ กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases) ด้วย 10 ข้อแบบปรนัย ตอบถูกอย่างน้อย 70% เพื่อผ่าน

10 ข้อ คะแนนผ่าน: 70% แบบทดสอบ 5 /10 ตอบแล้ว

วิธีทำแบบทดสอบ

  • อ่านแต่ละข้ออย่างละเอียดและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด
  • แบบทดสอบไม่มีการจับเวลา — คุณสามารถทำได้ตามความเร็วของตนเอง
  • คลิก ส่งแบบทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นเพื่อดูคะแนนและคำอธิบายโดยละเอียด

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    Find the noun phrase used as a subject: The tall, green trees provide shade.

  2. 2

    The phrase 'the first two difficult chapters' shows what ordering principle?

  3. 3

    The ability __________ is a valuable skill.

  4. 4

    Find the noun clause: 'The question is **whether we have enough time**.'

  5. 5

    What is the function of 'the old wooden chair' in 'He painted the old wooden chair'?

  6. 6

    What is the function of 'a very interesting book' in 'I read a very interesting book'?

  7. 7

    What is the function of the bolded phrase in 'I have no time **to waste**'?

  8. 8

    The capital of France, __________, is a beautiful city.

  9. 9

    Which phrase is the subject: 'My younger brother's new bicycle is red'?

  10. 10

    In 'The powers that be have decided,' the phrase 'that be' is a(n)...

A1 คำนามทั่วไปและคำนามเฉพาะ (Common & Proper Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนามเอกพจน์และพหูพจน์ (Singular & Plural Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามไม่ชี้เฉพาะ (a / an) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำนำหน้าคำนามชี้เฉพาะ (the) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 การไม่ใช้คำนำหน้าคำนาม (Zero Article) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 จำนวนนับ (Cardinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 คำบ่งชี้ (this, that, these, those) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A1 เลขลำดับที่ (Ordinal Numbers) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 พหูพจน์ที่ไม่เป็นไปตามกฎ (Irregular Plurals) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Nouns) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำนามแสดงความเป็นเจ้าของ ('s และ s') คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: some / any คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: much / many / a lot of คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) A2 คำบอกปริมาณ: a few / a little คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B1 การใช้คำนำหน้าคำนามขั้นสูง (Advanced Article Usage) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners) B2 คำบอกปริมาณขั้นสูง (all, both, neither, either, none, every, each) คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)