C1 23 topics

ระดับสูง (Advanced)

ไวยากรณ์ระดับสูงสำหรับผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญและมีความคล่องแคล่วใกล้เคียงเจ้าของภาษา ครอบคลุมเรื่อง Future Perfect, โครงสร้างรูปถูกกระทำระดับสูง, การใช้กริยาช่วยสมบูรณ์เพื่อการสรุปความ, อนุประโยคส่วนขยายรูปกริยา, การวางส่วนขยายไว้หน้าประโยค, การสลับที่คำ, การละคำ, การแปลงเป็นนาม และตัวเชื่อมระดับสูง

หัวข้อในเส้นทางการเรียน

  1. 1
    กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

    Modal Perfect สำหรับการอนุมาน

    ฝึกฝนเรื่อง modal perfects อย่างเต็มรูปแบบสำหรับการอนุมานในอดีต: must have (เกือบจะแน่นอน), can't have (เป็นไปไม่ได้), might have (ไม่แน่นอน), should have (คาดหวังไว้) และ modal perfect continuous

  2. 2
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    Future Perfect

    Future Perfect (will have + past participle) ใช้บรรยายเหตุการณ์ที่จะเสร็จสมบูรณ์ก่อนถึงช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต

  3. 3
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    Future Perfect Continuous

    Future Perfect Continuous (will have been + -ing) เน้นที่ระยะเวลาที่ดำเนินต่อเนื่องของกิจกรรมไปจนถึงช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต

  4. 4
    กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

    Semi-Modals (be about to, be supposed to, be bound to)

    Semi-modals เช่น be about to, be supposed to, be bound to และ had better ใช้เพื่อแสดงความหมายที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับจังหวะเวลา, ความคาดหวัง, ความแน่นอน และภาระหน้าที่ ซึ่งกริยาช่วยหลักไม่สามารถทำได้

  5. 5
    กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

    Habitual Past (Used To vs Would)

    ทั้ง 'used to' และ 'would' ใช้บรรยายลักษณะนิสัยและสภาวะในอดีต แต่มีความแตกต่างกัน: 'used to' ใช้ได้กับทั้งสภาวะและนิสัย ส่วน 'would' ใช้กับกิจกรรมที่เป็นนิสัยเท่านั้น

  6. 6
    โครงสร้างและการเชื่อมโยง (Mechanics & Cohesion)

    คำเชื่อมที่ซับซ้อนและกลวิธีสร้างความเชื่อมโยงในเนื้อหา

    กลวิธีสร้างความเชื่อมโยงในระดับสูง ได้แก่ reference chains, lexical cohesion, substitution, และ ellipsis ระหว่างประโยค

  7. 7
    การสร้างคำ (Morphology)

    การสร้างคำที่ซับซ้อน (Complex Word Formation)

    การประสมคำ (เช่น notebook, sunflower), การสมาสคำ (เช่น brunch, smog), การตัดคำ (เช่น photo, ad) และคำย่อ (acronyms)

  8. 8
    โครงสร้างและการเชื่อมโยง (Mechanics & Cohesion)

    ระดับภาษาและความเป็นทางการ (Register & Formality)

    การเลือกใช้ไวยากรณ์ที่แตกต่างกันในระดับภาษาที่เป็นทางการ, ทั่วไป และไม่เป็นทางการ — รวมถึงวิธีสลับการใช้งานให้เหมาะสม

  9. 9
    การสร้างคำ (Morphology)

    การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization: จากกริยาและคุณศัพท์)

    การสร้างคำนามเชิงนามธรรมจากคำกริยา (เช่น decide เป็น decision) และคำคุณศัพท์ (เช่น happy เป็น happiness) เพื่อใช้ในงานเขียนเชิงทางการ

  10. 10
    คำบุพบทและกริยาวลี (Prepositions & Phrasal Verbs)

    กริยาวลีขั้นสูง

    กริยาวลีแบบสามส่วน (เช่น look forward to, put up with) และกริยาที่มีหลายคำในเชิงสำนวนในภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ

  11. 11
    คำคุณศัพท์และคำวิเศษณ์ (Adjectives & Adverbs)

    ภาษาที่แสดงความไม่แน่นอนและการประมาณ (Hedging & Approximation)

    การใช้ภาษาเพื่อลดความรุนแรงของข้อความหรือการประมาณ: apparently, seemingly, about, roughly, tend to, seem to, it appears that

  12. 12
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    ประโยคเงื่อนไขขั้นสูง (การสลับที่กริยา, การสมมติ)

    การสลับทีกริยาในประโยคเงื่อนไขที่เป็นทางการ (เช่น Had I known…) และคำเชื่อมอื่นๆ เช่น supposing, assuming, given that

  13. 13
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    อนุประโยคที่ใช้ส่วนขยายกริยาเพื่อย่อประโยค (Participle Clauses)

    การย่อประโยคโดยใช้รูป -ing, -ed หรือ having + past participle เช่น Walking home, I saw an accident.

  14. 14
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    รูปอดีตที่ไม่เป็นจริง (The Unreal Past)

    การแสดงเรื่องที่ไม่เป็นจริงด้วย: it's time, I'd rather, as if/as though, would sooner, had better.

  15. 15
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    Passive Voice ขั้นสูง (Infinitive, Gerund และโครงสร้างการรายงาน)

    รูปประโยคแบบถูกกระทำขั้นสูง: เช่น to be done (infinitive), being done (gerund) และโครงสร้างการรายงานที่ซับซ้อน เช่น believed to have been

  16. 16
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    อนุประโยคที่ใช้สรรพนามอิสระ (Whoever, Whatever, Wherever)

    อนุประโยคที่ใช้ whoever, whatever, whenever, wherever, however ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลุ่มคำนามหรือกลุ่มคำวิเศษณ์

  17. 17
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    โครงสร้างการรายงานคำพูดขั้นสูง

    การรายงานคำพูดที่ซับซ้อน: เช่น การใช้อ้างอิงเวลาที่ผสมกัน, คำกริยานำ + gerunds และการระบุข้อความอย่างระมัดระวัง (hedging) ในเชิงทางการ

  18. 18
    อนุประโยคและประโยคเงื่อนไข (Clauses & Conditionals)

    อนุประโยคที่นำหน้าด้วย What (What-Clauses)

    อนุประโยคเนื้อความที่ใช้ what เป็นประธานหรือส่วนเติมเต็ม เช่น What surprised me was her reaction. What I need is help.

  19. 19
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    การนำส่วนประกอบมาไว้หน้าประโยค (Fronting)

    การย้ายส่วนที่ไม่ใช่ประธานมาไว้หน้าประโยคเพื่อการเน้นย้ำหรือเปรียบเทียบ เช่น This I did not expect

  20. 20
    คำนาม, คำนำหน้านาม และคำขยาย (Nouns, Articles & Determiners)

    กลุ่มคำนามขั้นสูง (Advanced Noun Phrases)

    กลุ่มคำนามที่ซับซ้อนซึ่งมีส่วนขยายทั้งข้างหน้าและข้างหลัง การทำให้เป็นคำนาม และการเรียงซ้อนคำนามอย่างหนาแน่นในภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและวิชาชีพ

  21. 21
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    การสลับตำแหน่งคำขั้นสูง (Advanced Inversion)

    การสลับตำแหน่งคำในประโยคเงื่อนไข (เช่น Were it not for...), หลัง so/such และในโครงสร้างการเปรียบเทียบ

  22. 22
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    การละและการแทนที่ (Ellipsis & Substitution)

    การละคำหรือการแทนที่คำที่ซ้ำกันเพื่อความกระชับ เช่น I can swim and so can she หรือ I haven't, but I will

  23. 23
    ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

    การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization)

    การเปลี่ยนคำกริยาและคำคุณศัพท์ให้กลายเป็นคำนามเพื่อการเขียนที่เป็นทางการและกระชับ เช่น decide เป็น decision