พหูพจน์เปลี่ยนรูป (Irregular Plurals) คืออะไร?
ในภาษาอังกฤษ คำนามส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์โดยกติกาปกติ คือการเติม -s หรือ -es (เช่น cat → cats, box → boxes) อย่างไรก็ตาม มีคำนามกลุ่มใหญ่และพบบ่อยมากกลุ่มหนึ่งที่ ไม่มีกฎการเปลี่ยนรูปที่พยากรณ์ได้ เมื่อเปลี่ยนจากเอกพจน์เป็นพหูพจน์ ซึ่งเราต้องอาศัยการจดจำเพียงอย่างเดียว คำเหล่านี้เรียกว่า พหูพจน์เปลี่ยนรูป (Irregular Plurals) เนื่องจากคำเหล่านี้หลายคำเป็นคำศัพท์พื้นฐาน (เช่น ผู้ชาย, ผู้หญิง, เด็ก) การรู้จักคำเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความถูกต้องทางไวยากรณ์และการใช้กริยาให้สอดคล้องกัน
โครงสร้างและสูตรของพหูพจน์เปลี่ยนรูป
แม้ว่าการสะกดคำจะเปลี่ยนไปอย่างคาดเดาไม่ได้ แต่หน้าที่ทางไวยากรณ์ของพหูพจน์เปลี่ยนรูปจะเหมือนกับพหูพจน์ทั่วไปทุกประการ คือต้องใช้คู่กับคำกริยาพหูพจน์
โครงสร้าง:
- คำนามพหูพจน์เปลี่ยนรูป + กริยา (พหูพจน์) + กรรม
ตัวอย่าง: The children are playing outside. (เด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่ที่ข้างนอก)
วิธีการเปลี่ยนสระภายในคำ (Umlaut Plurals)
คำภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดบางคำจะบอกความเป็นพหูพจน์ด้วยการเปลี่ยนสระหนึ่งหรือสองตัวตรงกลางคำ แทนที่จะเติมปัจจัย (Suffix) ต่อท้ายคำ
| เอกพจน์ | รูปพหูพจน์ | หมายเหตุการสะกด/การออกเสียง |
|---|---|---|
| man | men | (ผู้ชาย) a → e |
| woman | women | (ผู้หญิง) o → e (การออกเสียงเปลี่ยนไปอย่างมากเป็น /ˈwɪmɪn/) |
| foot | feet | (เท้า) oo → ee |
| tooth | teeth | (ฟัน) oo → ee |
| goose | geese | (ห่าน) oo → ee |
| mouse | mice | (หนู) ou → i |
| louse | lice | (เหา/โลน) ou → i |
💡 เคล็ดลับ: คำว่า "Women" เป็นหนึ่งในคำที่มักจะออกเสียงผิดมากที่สุด แม้ว่าการสะกดจะเปลี่ยนจาก O เป็น E แต่พยางค์แรกจะออกเสียงเหมือนกับคำว่า "wim" ครับ
คำที่เปลี่ยนรูปไปโดยสิ้นเชิง (Different Forms)
มีคำบางกลุ่มที่เปลี่ยนโครงสร้างคำไปอย่างสิ้นเชิง หรือใช้การเติมปัจจัยแบบโบราณ (เช่น -en)
| เอกพจน์ | รูปพหูพจน์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| child | children | (เด็ก) เปลี่ยนรูปไปโดยสิ้นเชิง |
| person | people | (บุคคล/คน) คำว่า "persons" มีอยู่จริงแต่ใช้จำกัดเฉพาะในข้อความทางกฎหมายหรือเป็นทางการเท่านั้น |
| ox | oxen | (วัวตัวผู้) ปัจจัยพหูพจน์แบบโบราณ -en |
คำที่ไม่เปลี่ยนรูป (Zero Plurals)
"Zero plurals" คือคำนามที่ยังคง รูปเดิม ทั้งในส่วนของเอกพจน์และพหูพจน์ บริบทและการใช้กริยาจะเป็นตัวกำหนดจำนวนของคำเหล่านั้น
| คำนาม | ตัวอย่างเอกพจน์ | ตัวอย่างพหูพจน์ |
|---|---|---|
| sheep | one sheep | fifty sheep (แกะ 50 ตัว) |
| fish | one fish | many fish (ปลาหลายตัว) |
| deer | one deer | three deer (กวาง 3 ตัว) |
| species | one species | many species (หลายสายพันธุ์) |
| aircraft | one aircraft | ten aircraft (อากาศยาน 10 ลำ) |
| series | one series | two series (สองซีรีส์/สองชุด) |
- There is one sheep in the field. (กริยาเอกพจน์)
- There are twenty sheep in the field. (กริยาพหูพจน์)
เมื่อไหร่ที่ต้องใช้คำยืมจากละตินและกรีก
คำทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ และเทคนิคหลายคำยังคงรักษารูปแบบการเปลี่ยนเป็นพหูพจน์ตามรากศัพท์เดิมของละตินหรือกรีกไว้
| เอกพจน์ | รูปพหูพจน์ | ที่มา / กฎการเปลี่ยน |
|---|---|---|
| criterion | criteria | กรีก (-on → -a) (เกณฑ์) |
| phenomenon | phenomena | กรีก (-on → -a) (ปรากฏการณ์) |
| curriculum | curricula | ละติน (-um → -a) (หลักสูตร) |
| datum | data | ละติน (-um → -a) (ข้อมูล) |
| formula | formulae / formulas | ละติน (-a → -ae) (สูตร) |
| analysis | analyses | กรีก (-is → -es) (การวิเคราะห์) |
| basis | bases | กรีก (-is → -es) (เกณฑ์/พื้นฐาน) |
| thesis | theses | กรีก (-is → -es) (วิทยานิพนธ์) |
| index | indices / indexes | ละติน (-ex → -ices) |
| appendix | appendices / appendixes | ละติน (-ix → -ices) |
วิธีการแยกแยะคำที่ลงท้ายด้วย -f และ -fe
คำหลายคำที่ลงท้ายด้วยเสียง 'f' หรือ 'fe' จะต้องตัด 'f' ทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็น -ves
| รูปเอกพจน์ | รูปพหูพจน์เปลี่ยนรูป |
|---|---|
| leaf | leaves (ใบไม้) |
| loaf | loaves (ขนมปังแถว) |
| half | halves (ครึ่ง) |
| wolf | wolves (หมาป่า) |
| knife | knives (มีด) |
| wife | wives (ภรรยา) |
| life | lives (ชีวิต) |
| self | selves (ตัวเอง) |
ข้อยกเว้นที่สำคัญ: คำบางคำไม่เปลี่ยนตามกฎนี้และใช้กฎปกติ คือเติม s ได้เลย เช่น roof → roofs (ห้ามใช้ rooves), chief → chiefs, cliff → cliffs
การทำคำนามประสมให้เป็นพหูพจน์
สำหรับคำนามประสม (คำที่เชื่อมกันด้วยเครื่องหมายขีด -) คำนามหลัก จะเป็นตัวที่เติม "s" เพื่อแสดงความเป็นพหูพจน์ ไม่ใช่คำสุดท้ายในกลุ่มคำนั้น
| นามประสมเอกพจน์ | นามประสมพหูพจน์ |
|---|---|
| passer-by | passers-by (คนเดินผ่านไปมา) |
| mother-in-law | mothers-in-law (แม่สามี/แม่ยาย) |
| commander-in-chief | commanders-in-chief (ผู้บัญชาการทหารสูงสุด) |
| grown-up | grown-ups (หากไม่มีคำนามหลักที่ชัดเจน ให้เติม 's' ที่ตอนท้าย) |
ตัวอย่างพหูพจน์เปลี่ยนรูปในชีวิตจริง
- The children played with the mice in the science lab. (ประธาน + กริยา + ส่วนขยาย)
- Two women and three men were elected to the committee.
- The research data were collected from five species of fish.
- The criteria for selection are strict — all theses must be original.
สรุปและเคล็ดลับสำหรับพหูพจน์เปลี่ยนรูป
| หมวดหมู่กฎ | รูปแบบการเปลี่ยน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เปลี่ยนสระ | เปลี่ยนสระภายในคำ | man → men, tooth → teeth |
| เปลี่ยนรูปทั้งหมด | คำเปลี่ยนไปมาก | child → children |
| ไม่เปลี่ยนรูป | ไม่มีการเปลี่ยนการสะกด | sheep, fish, deer |
| ละติน -um | -um → -a | datum → data |
| กรีก -on | -on → -a | criterion → criteria |
| กรีก -is | -is → -es | analysis → analyses |
| -f / -fe | -f / -fe → -ves | leaf → leaves |
| คำประสม | คำนามหลักเป็นตัวเปลี่ยน | mother-in-law → mothers-in-law |
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
สามารถพูดว่า "fishes" ได้ไหม?
โดยทั่วไปพหูพจน์ของ fish คือ "fish" ครับ (เช่น I caught ten fish) อย่างไรก็ตาม นักชีววิทยาจะใช้คำว่า "fishes" เมื่อกล่าวถึงปลา หลายสายพันธุ์ (เช่น The freshwater fishes of Thailand) แต่ในภาษาอังกฤษทั่วไป ให้ใช้ "fish" ครับ
"data" เป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์?
ในทางเทคนิคและวิชาการ "data" คือรูปพหูพจน์ของ "datum" ดังนั้นจึงต้องใช้กริยาพหูพจน์ (เช่น The data show that...) อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน "data" มักจะถูกใช้ปนกับนามนับไม่ได้และใช้กริยาเอกพจน์ (เช่น The data is clear) ซึ่งยอมรับได้ทั้งคู่ แต่งานเขียนที่เป็นทางการจะนิยมใช้กริยาพหูพจน์มากกว่าครับ
ทำไมถึงเป็น "roofs" แต่เป็น "wolves"?
นี่เป็นความแปลกประหลาดที่เกิดจากวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของภาษาอังกฤษครับ ไม่มีกฎตรรกะที่ตายตัว ข้อยกเว้นอย่าง "roofs," "chiefs," และ "beliefs" ต้องอาศัยการจดจำร่วมกับการเปลี่ยนรูปเป็น "-ves" ครับ
คําอย่าง "mathematics" และ "news" เป็นพหูพจน์เปลี่ยนรูปไหม?
ไม่ใชครรับ คำอย่าง "mathematics" (คณิตศาสตร์), "physics" (ฟิสิกส์) และ "news" (ข่าว) แม้จะลงท้ายด้วย "s" แต่จริงๆ แล้วเป็นคำนามเอกพจน์ที่นับไม่ได้ และต้องใช้กริยาเอกพจน์เสมอครับ (เช่น The news is good.) ไม่ใช่พหูพจน์ครับ