Irregular Plural Nouns คือคำนามภาษาอังกฤษที่เปลี่ยนรูปเป็นพหูพจน์ โดยไม่เติม -s หรือ -es ตามกฎปกติ เช่น child → children, man → men, mouse → mice, foot → feet คำเหล่านี้ต้อง ท่องจำเป็นคำ ๆ ไป เพราะไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคำ นี่คือจุดที่ผู้เรียนชาวไทยพลาดบ่อยที่สุด เพราะภาษาไทยไม่มีการผันรูปคำนามให้เป็นพหูพจน์เลย (เราใช้คำลักษณนามหรือบริบทแทน) จึงทำให้เผลอเติม -s ท้ายคำนามที่ผิดปกติเหล่านี้อยู่เสมอ เช่น พูดผิดเป็น childs, mans, peoples, foots
ทำไมคนไทยถึงพูดผิดบ่อย เช่น "childs", "mans", "peoples"
ภาษาไทยเป็นภาษาที่ ไม่มีการผันคำ (non-inflecting language) คำนามไทยไม่ว่าจะพูดถึงสิ่งเดียวหรือหลายสิ่งก็มีรูปเดิม เช่น "เด็ก" ใช้ได้ทั้ง "เด็กหนึ่งคน" และ "เด็กสิบคน" สมองของผู้เรียนไทยจึงไม่คุ้นชินกับการ "เปลี่ยนรูปคำ" เมื่อจำนวนเปลี่ยน พอมาเจอภาษาอังกฤษที่ต้องเปลี่ยนรูปคำนามเวลาเป็นพหูพจน์ ผู้เรียนไทยมักจะ:
- ใช้กฎเติม -s แบบทั่วไปกับทุกคำ แม้จะเป็นคำนามที่มีรูปพหูพจน์ผิดปกติอยู่แล้ว → I have two childs. (ผิด) ที่ถูกคือ I have two children.
- ลืมเปลี่ยนรูปไปเลย และใช้รูปเอกพจน์แทนพหูพจน์ → Three man are waiting. (ผิด) ที่ถูกคือ Three men are waiting.
- เติม -s ซ้ำกับคำที่เปลี่ยนรูปเป็นพหูพจน์อยู่แล้ว → peoples, childrens, mens (ผิดทั้งหมด เพราะคำเหล่านี้เป็นพหูพจน์สมบูรณ์ในตัวเองแล้ว)
ตารางสรุปคำนามพหูพจน์รูปแบบไม่ปกติที่พบบ่อยที่สุด
| เอกพจน์ (Singular) | พหูพจน์ (Plural) | หมวด/รูปแบบการเปลี่ยน |
|---|---|---|
| man | men | เปลี่ยนสระ a → e |
| woman | women | เปลี่ยนสระ a → e |
| child | children | เติม -ren |
| person | people | เปลี่ยนคำทั้งคำ (suppletive) |
| foot | feet | เปลี่ยนสระ oo → ee |
| tooth | teeth | เปลี่ยนสระ oo → ee |
| goose | geese | เปลี่ยนสระ oo → ee |
| mouse | mice | เปลี่ยนสระ ou → i |
| louse | lice | เปลี่ยนสระ ou → i |
| ox | oxen | เติม -en |
| sheep | sheep | รูปเดิม (ไม่เปลี่ยน) |
| fish | fish / fishes | รูปเดิม (นิยมไม่เปลี่ยน) |
| deer | deer | รูปเดิม (ไม่เปลี่ยน) |
| species | species | รูปเดิม (ไม่เปลี่ยน) |
| cactus | cacti / cactuses | มาจากภาษาละติน |
| fungus | fungi / funguses | มาจากภาษาละติน |
| criterion | criteria | มาจากภาษากรีก |
| phenomenon | phenomena | มาจากภาษากรีก |
| analysis | analyses | มาจากภาษากรีก |
| crisis | crises | มาจากภาษากรีก |
กลุ่มคำนามพหูพจน์ผิดปกติ แบ่งตามรูปแบบให้จำง่ายขึ้น
1. กลุ่มเปลี่ยนเสียงสระภายในคำ (Vowel change)
man → men, woman → women, foot → feet, tooth → teeth, goose → geese, mouse → mice, louse → lice
2. กลุ่มเติมคำลงท้ายพิเศษ (-en / -ren)
child → children, ox → oxen
3. กลุ่มคำที่รูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกันทุกประการ (Zero plural)
sheep, deer, fish, species, series, aircraft, means
4. กลุ่มคำยืมจากภาษาละติน/กรีก ที่ยังคงรูปพหูพจน์แบบดั้งเดิม
- -us → -i: cactus → cacti, fungus → fungi, alumnus → alumni
- -is → -es (ออกเสียง /iːz/): analysis → analyses, crisis → crises, thesis → theses
- -on → -a: criterion → criteria, phenomenon → phenomena
- -um → -a: datum → data, medium → media, curriculum → curricula (แต่ในภาษาพูดปัจจุบัน "data" และ "media" มักถูกใช้เป็นทั้งเอกพจน์และพหูพจน์)
5. คำนามที่ "person" → "people" เป็นคำพิเศษที่ต้องจำต่างหาก
คำว่า people เป็นรูปพหูพจน์ตามธรรมชาติของ person และ ห้ามเติม -s เด็ดขาด (peoples ใช้ในความหมายเฉพาะว่า "ชนชาติต่าง ๆ" เช่น the peoples of Asia ซึ่งเป็นความหมายพิเศษ ไม่ใช่พหูพจน์ทั่วไปของคน)
สูตรการใช้ที่ควรจำให้ขึ้นใจ
Subject (พหูพจน์ผิดปกติ) + Verb (รูปพหูพจน์)
Two children are playing. (ไม่ใช่ Two childs is/are playing.)
Three men were waiting. (ไม่ใช่ Three mans was waiting.)
Many people believe this. (ไม่ใช่ Many peoples believes this.)
หลักสำคัญ: เมื่อคำนามเปลี่ยนเป็นรูปพหูพจน์ที่ผิดปกติแล้ว ห้ามเติม -s ซ้ำอีก และกริยาที่ตามมาต้องผันเป็นรูปพหูพจน์ (are/were/have) ไม่ใช่รูปเอกพจน์ (is/was/has)
ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำนามพหูพจน์รูปแบบไม่ปกติ
- The children are doing their homework in the living room.
- Two men were standing outside the office.
- All the women in this village work in the fields.
- My feet hurt after walking all day.
- The dentist checked my teeth carefully.
- A flock of geese flew over the lake.
- There is a mouse problem in the kitchen — we found several mice.
- Many people think the exam was too difficult.
- Farmers keep sheep and oxen on this land.
- Scientists studied several species of fish in the river.
- The professor listed three important criteria for the project.
- This phenomenon has been studied by many researchers.
เปรียบเทียบ: Irregular Plural vs Regular Plural
| ประเด็น | Regular Plural (ปกติ) | Irregular Plural (ผิดปกติ) |
|---|---|---|
| วิธีสร้าง | เติม -s / -es ตามกฎ | เปลี่ยนรูปคำ / เปลี่ยนสระ / คงรูปเดิม |
| ตัวอย่าง | book → books, box → boxes | child → children, foot → feet |
| ต้องท่องจำไหม | ไม่ต้อง ใช้กฎได้เลย | ต้องท่องจำเป็นคำ ๆ |
| ความเสี่ยงที่ผู้เรียนไทยจะพลาด | ต่ำ (แค่ลืมเติม -s) | สูง (ทั้งลืมเปลี่ยนรูป และเผลอเติม -s ซ้ำ) |
เคล็ดลับ
- จำเป็นกลุ่มคำ ไม่ใช่จำทีละคำ จัดคำนามพหูพจน์ผิดปกติเป็นกลุ่มตามรูปแบบการเปลี่ยน (เปลี่ยนสระ, เติม -en, รูปเดิม, คำยืม) จะช่วยให้จำได้ง่ายและไม่สับสน
- ท่องคู่กับกริยา เช่น "children are", "people are", "men were" เพื่อฝึกให้ปากคุ้นกับกริยาพหูพจน์ที่ตามมาโดยอัตโนมัติ ลดโอกาสเผลอใช้ is/was
- ระวังคำที่ดูเหมือนพหูพจน์แต่ไม่ใช่ เช่น sheep, fish, deer รูปเอกพจน์กับพหูพจน์เหมือนกัน ต้องดูจาก context หรือกริยาแทน เช่น The sheep is eating. (ตัวเดียว) vs The sheep are eating. (หลายตัว)
- แยก "people" กับ "peoples" ให้ชัด — people = คนทั่วไป (พหูพจน์ธรรมดา), peoples = ชนชาติ/ชนเผ่าต่าง ๆ (ใช้เฉพาะทาง)
- ฝึกเขียนประโยคสั้น ๆ ทุกวันโดยตั้งใจใส่คำนามผิดปกติเหล่านี้ลงไป จะช่วยให้จำได้ติดตัวเร็วกว่าท่องจำเฉย ๆ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: "childs" ผิดหรือถูก?
A: ผิด รูปพหูพจน์ที่ถูกต้องของ child คือ children เท่านั้น ห้ามเติม -s
Q: ทำไม "sheep" ไม่เปลี่ยนรูปเป็นพหูพจน์?
A: sheep อยู่ในกลุ่ม "zero plural" คือคำนามที่รูปเอกพจน์และพหูพจน์เหมือนกันทุกประการ ต้องดูจากกริยาหรือคำนำหน้าจำนวน เช่น one sheep / five sheep
Q: "datas" ใช้ได้ไหม?
A: ไม่ได้ data เป็นรูปพหูพจน์ของ datum อยู่แล้ว (แม้ในภาษาพูดปัจจุบันมักใช้ data เป็นเอกพจน์นับไม่ได้ก็ตาม) จึงไม่เติม -s ซ้ำ
Q: "fishes" ใช้ได้หรือไม่?
A: ปกติใช้ fish เป็นพหูพจน์ แต่ fishes ก็ใช้ได้ในความหมายเฉพาะว่า "ปลาหลายสายพันธุ์" เช่น the fishes of the Amazon