A2 · ระดับพื้นฐาน (Elementary) TOEIC 255–400 IELTS 2.5–3.5 กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

Past Simple

Tense Past Simple ใช้บอกเหตุการณ์ที่จบสิ้นลงแล้วในอดีตตามเวลาที่แน่นอน เรียนรู้รูปกริยาปกติและไม่ปกติ, ประโยคปฏิเสธ, ประโยคคำถาม และคำกำกับเวลาที่สำคัญ

Past Simple Tense คืออะไร?

Past Simple Tense คือหนึ่งใน Tense พื้นฐานที่สำคัญที่สุดในภาษาอังกฤษ ใช้สำหรับพูดถึง:
- เหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเกิดขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่งที่เจาะจงในอดีต
- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ตามลำดับเวลาในอดีต
- นิสัยหรือสถานะในอดีต ที่ปัจจุบันไม่มีอยู่แล้ว

จุดเด่นของ Past Simple คือเหตุการณ์นั้นต้อง จบลงแล้ว 100% และ ตัดขาดจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง โดยเราต้องรู้เวลาที่แน่นอนว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือบริบทในประโยคระบุไว้อย่างชัดเจนครับ

โครงสร้างและสูตรของ Past Simple

วิธีการสร้าง Past Simple: ประโยคบอกเล่า (Positive Sentences)

ในการสร้างประโยคบอกเล่า คุณต้องเปลี่ยนรูปกริยาปกติให้เป็นรูปอดีต หากเป็นกริยาปกติ (Regular Verbs) เพียงแค่เติม -ed เข้าไปที่ท้ายกริยาครับ

สูตร: Subject + Past Verb (V.2) + Object
(ประธาน + กริยาช่อง 2 + กรรม)

กฎการเติม -ed สำหรับกริยาปกติ รูปปกติ (V.1) รูปอดีต (V.2)
กริยาทั่วไป: เติม -ed work, play, watch worked, played, watched
ลงท้ายด้วย -e: เติม -d live, like, arrive lived, liked, arrived
พยัญชนะ + -y: เปลี่ยน y เป็น -ied study, carry, try studied, carried, tried
สระเสียงสั้น (CVC): เพิ่มตัวสะกดอีกตัว stop, plan, drop stopped, planned, dropped

ตัวอย่าง:

She worked (S + V.2) late yesterday. (เมื่อวานเขาทำงานจนดึก)
They arrived at midnight. (พวกเขามาถึงตอนเที่ยงคืน)

กริยาไม่ปกติ (Irregular Verbs):
กริยาที่พบบ่อยหลายตัวในภาษาอังกฤษเป็นกริยาไม่ปกติครับ คือคุณไม่สามารถเติม "-ed" ได้ แต่ต้องจำรูปอดีตเฉพาะของมัน (เรียกว่ากริยาช่อง 2)

รูปปกติ (V.1) รูปอดีต (V.2) รูปปกติ (V.1) รูปอดีต (V.2)
go went see saw
come came know knew
get got make made
take took give gave
have had buy bought

She went (S + V.2) to the market this morning. (เมื่อเช้านี้เขาไปตลาดมา)
I had a great time at the party.

วิธีการสร้าง Past Simple: ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentences)

สำหรับกริยาทุกประเภท (ทั้งปกติและไม่ปกติ) รูปปฏิเสธจะใช้กริยาช่วย did not (didn't) ร่วมกับกริยารูปปกติครับ ข้อผิดพลาดใหญ่ที่ผู้เรียนมักเจอคือการพยายามใช้กริยาช่อง 2 ในประโยคปฏิเสธ ซึ่งจริงๆ แล้วคำว่า "did" ได้แสดงความเป็นอดีตไปเรียบร้อยแล้วครับ กริยาหลักจึงต้องกลับมาเป็นรูปปกติ

สูตร: Subject + did not (didn't) + Base Verb
(ประธาน + didn't + กริยาช่อง 1 + กรรม)

ประธาน (S) กริยาช่วย (ปฏิเสธ) กริยาช่อง 1 (V) ตัวอย่าง
ทุกประธาน didn't go / know / play I didn't go. / She didn't know.

I didn't enjoy (S + didn't + V) the film. (ฉันไม่ค่อยสนุกกับหนังเรื่องนั้นเลย)
He didn't come to work yesterday. (เมื่อวานเขาไม่ได้มาทำงาน)


วิธีการสร้าง Past Simple: ประโยคคำถามและการตอบแบบสั้น

สำหรับประโยคคำถาม Yes/No ให้ใช้กริยาช่วย did วางไว้หน้าประธานครับ

สูตร: Did + Subject + Base Verb?
(Did + ประธาน + กริยาช่อง 1 + กรรม?)

โครงสร้างคำถาม คำตอบสั้น (เมื่อใช่) คำตอบสั้น (เมื่อไม่ใช่)
Did you see her? Yes, I did. No, I didn't.
Did he call? Yes, he did. No, he didn't.

สูตรคำถาม Wh- Questions: Wh- word + did + S + V (ปกติ)?

Where did you go last night? (เมื่อคืนคุณไปไหนมา?)
What did she say? (เขาพูดว่าอะไรนะ?)


เมื่อไหร่ที่ควรใช้ Past Simple Tense ในภาษาอังกฤษ

1. เหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ณ เวลาที่เจาะจงในอดีต

นี่คือการใช้งานที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งจะต้องมีการระบุเวลาที่แน่นอนไว้ครับ

I visited my parents last weekend. (ฉันไปหาพ่อแม่มาเมื่อวันหยุดที่แล้ว)
She graduated in 2019.
Columbus arrived in the Americas in 1492.

2. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันในอดีต

ใช้เมื่อเล่าเรื่องราวตามลำดับเวลา โดยใช้กริยา Past Simple เชื่อมต่อกันครับ

I woke up, had a shower, made coffee, and left the house.
(ฉันตื่นนอน อาบน้ำ ชงกาแฟ แล้วก็ออกจากบ้าน)
She walked into the room, looked around, and sat down.

3. นิสัยหรือสถานะที่เกิดขึ้นในอดีต

สิ่งที่เคยเป็นจริงในช่วงเวลาหนึ่งในอดีตแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วครับ

When I was a child, I played football every day. (ตอนเด็กๆ ฉันเตะบอลทุกวันเลย)
She lived in London for five years.


คำบอกเวลา (Signal Words) ที่พบบ่อย

คำบอกเวลา ตัวอย่างประโยค
yesterday I called her yesterday.
last night / week / month He left last Tuesday.
[จำนวน] ago We met three years ago.
in [ปี ค.ศ.] She was born in 1995.

วิธีแยกความต่าง: Past Simple vs. Present Perfect

จุดนี้มักถูกนำมาออกข้อสอบไวยากรณ์บ่อยมากๆ ครับ

Past Simple (S + V.2) Present Perfect (S + have/has + V.3)
ระบุเวลาในอดีตชัดเจน (บอกตรงๆ หรือเป็นที่เข้าใจกัน) ไม่ระบุเวลาเจาะจง เป็นประสบการณ์ชีวิต หรือส่งผลถึง "ปัจจุบัน"
จบลงโดยสมบูรณ์ ตัดขาดจากปัจจุบัน ยังคงมีความเชื่อมโยงกับปัจจุบันทั้งทางกายภาพหรือความรู้สึก
She left this morning. (ช่วงเช้าผ่านไปแล้ว) She has left. (ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว)
I saw him yesterday. I have seen that film. (เคยดูแล้วในชีวิตนี้จนถึงปัจจุบัน)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมต้องพูดว่า "She didn't go" ไม่ใช่ "She didn't went"?

ในกริยาภาษาอังกฤษ กริยาช่วยจะเป็นตัวที่ทำหน้าที่แสดง Tense ครับ คำว่า "did" ได้ทำหน้าที่แสดงความเป็นอดีตไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นกริยาหลักจึงต้องกลับมาอยู่ในรูปกริยาปกติ (Base form) การใช้กริยาที่เป็นอดีตซ้อนกัน 2 ตัว (didn't went) ถือเป็นเรื่องที่ผิดหลักไวยากรณ์ครับ

ต้องใช้ "did" ไหมถ้าถามด้วย "Who"?

ไม่ต้องครับ ถ้า "Who" ทำหน้าที่เป็นประธานผู้กระทำเหตุการณ์นั้น คุณสามารถข้ามกริยาช่วยไปได้เลยและใช้กริยาช่อง 2 ได้ทันทีครับ
- ผิด: Who did tell you?
- ถูก: Who told you? (ใครเป็นคนบอกคุณ?)


สรุปและสูตรลัด (Cheatsheet) สำหรับ Past Simple

การใช้งาน สูตรโครงสร้าง ตัวอย่าง
เหตุการณ์ที่จบแล้ว S + V.2 She left yesterday.
ประโยคปฏิเสธ S + didn't + V She didn't leave.
ประโยคคำถาม Did + S + V? Did she leave?
ลำดับเหตุการณ์ S + V.2, V.2, and V.2 He sat down and opened his laptop.

💡 จุดสังเกตสำคัญ: มีการระบุ ช่วงเวลาที่จบลงไปแล้ว เกี่ยวข้องกับการกระทำนั้นหรือไม่ (yesterday, last year, 1995)?
- ถ้ามีเวลาที่จบไปแล้วระบุชัดเจน → Past Simple
- ถ้าเป็นประสบการณ์ชีวิตโดยรวม / เชื่อมโยงถึงตอนนี้ → Present Perfect

A1 Present Simple (To Be) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A1 Present Simple กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Past Simple (To Be: was / were) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Present Continuous กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Future with Going To กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Present Perfect (Introduction) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Present Perfect (Extended) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Past Continuous กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Future Simple (will) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Future Continuous กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Present Perfect Continuous กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Past Perfect กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Past Perfect Continuous กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 กริยาที่แสดงการขอร้องหรือบังคับ (Causative Verbs) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Future Perfect กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Future Perfect Continuous กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Habitual Past (Used To vs Would) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C2 Stative vs Dynamic Verbs (Advanced Uses) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C2 ลักษณะกำกับนาม (Aspect) ในการเล่าเรื่องและลำดับความที่ซับซ้อน กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)