A2 · ระดับพื้นฐาน (Elementary) TOEIC 255–400 IELTS 2.5–3.5 กริยาช่วยแสดงความหมายของกาล (Modal Verbs)

Can / Can't

เรียนรู้ Can และ Can't เพื่อสื่อความสามารถ การอนุญาต และความเป็นไปได้ในภาษาอังกฤษ พร้อมกฎ A2 ที่เข้าใจง่ายและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

Share: Copied!

Can และ can't เป็น กริยาช่วย (modal auxiliary verb) ที่คนไทยเจอบ่อยที่สุดตั้งแต่ ป.1 แต่ก็ยังใช้ผิดกันเยอะที่สุดเช่นกัน สรุปสั้น ๆ ก่อนเลย: can ใช้บอกว่า "ทำได้ / ได้รับอนุญาตให้ทำ / มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น" ส่วน can't (ย่อจาก cannot) ใช้บอกความหมายตรงข้าม คือ "ทำไม่ได้ / ไม่อนุญาต / เป็นไปไม่ได้" โครงสร้างคือ ประธาน + can/can't + กริยาหลักรูปฐาน (base form) เท่านั้น ห้ามผัน ห้ามใส่ to ห้ามเติม -s เด็ดขาด

สารบัญเนื้อหาด้านล่างนี้ครอบคลุมทุกมุมของ can/can't ที่คนไทยต้องรู้ ตั้งแต่โครงสร้าง ความหมาย ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด ไปจนถึงตัวอย่างประโยคที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

Can ใช้ตอนไหนบ้าง (ความสามารถ การขออนุญาต และความเป็นไปได้)

Can มีความหมายหลัก 3 แบบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่คนไทยสับสนว่าทำไมคำเดียวใช้ได้หลายแบบ ทั้งที่ภาษาไทยเรามีคำแยกกันชัดเจน เช่น "ทำได้" "อนุญาต" "อาจจะ"

  1. บอกความสามารถ (ability) — เทียบกับคำว่า "...ได้" ในภาษาไทย
  2. I can swim. (ฉันว่ายน้ำได้)
  3. She can speak three languages. (เธอพูดได้สามภาษา)
  4. ขออนุญาต / ให้อนุญาต (permission) — แบบไม่เป็นทางการ ใช้กับเพื่อน คนสนิท หรือคนที่อายุน้อยกว่า
  5. Can I use your phone? (ขอใช้โทรศัพท์คุณได้ไหม)
  6. You can go home now. (คุณกลับบ้านได้แล้ว)
  7. บอกความเป็นไปได้ทั่วไป (general possibility) — ไม่ใช่การคาดเดาเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นข้อเท็จจริงทั่วไป
  8. It can be very cold in Chiang Mai in December. (เชียงใหม่บางทีก็หนาวมากในเดือนธันวาคม)
  9. Traffic in Bangkok can be terrible. (รถติดในกรุงเทพฯ บางทีก็แย่มาก)

โครงสร้างประโยค Can / Can't (สูตรที่ต้องจำขึ้นใจ)

ตำราไวยากรณ์อังกฤษของไทยส่วนใหญ่จะสอนสูตรนี้เป็นกล่องสูตร (formula box) แบบนี้:

ชนิดประโยค สูตร ตัวอย่าง
ประโยคบอกเล่า (Affirmative) ประธาน + can + กริยาหลัก (V. infinitive without to) I can drive.
ประโยคปฏิเสธ (Negative) ประธาน + cannot / can't + กริยาหลัก She can't drive.
ประโยคคำถาม (Yes/No Question) Can + ประธาน + กริยาหลัก...? Can you drive?
คำถาม Wh- Wh- + can + ประธาน + กริยาหลัก...? Where can I park?

กฎเหล็ก 3 ข้อที่ต้องจำ:
- Can ตามด้วยกริยาหลักรูปฐาน (base form / infinitive without to) เสมอ ไม่ว่าประธานจะเป็นใคร
- Can เป็นกริยาช่วย ดังนั้นไม่ต้องเติม -s แม้ประธานจะเป็น he/she/it (I/He/She/It/We/You/They + can เหมือนกันหมด)
- ปฏิเสธเขียนแบบเต็มว่า cannot (คำเดียว ไม่มีเว้นวรรค) หรือย่อว่า can't — ห้ามเขียน "can not" แยกกัน 2 คำในบริบททั่วไป (แม้จะไม่ผิดหลักไวยากรณ์เป๊ะ ๆ แต่ในภาษาเขียนมาตรฐานนิยมเขียนติดกัน)

ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อยที่สุดเวลาใช้ Can/Can't

เพราะภาษาไทยไม่มีการผันกริยาและไม่มีกริยาช่วยแบบภาษาอังกฤษ คนไทยจึงมักทำผิดแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ดังนี้

1. ใส่ "to" หลัง can (ผิดจากอิทธิพลของ want to, need to)

  • I can to speak English.
  • I can speak English.

เพราะเราคุ้นกับโครงสร้าง "want to + V." และ "need to + V." เลยเผลอใส่ to ตามหลัง can ไปด้วย ให้จำไว้ว่า can ไม่มี to ตามหลังเด็ดขาด ต่างจาก want/need ที่เป็นกริยาแท้ (main verb) ไม่ใช่กริยาช่วย

2. เติม -s หลัง can เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3

  • He cans speak English.
  • He can speak English.

คนไทยเคยชินกับกฎ "he/she/it + verb เติม -s" จากกริยาแท้ (เช่น he speaks, she runs) แล้วเผลอเอากฎนี้มาใช้กับ can ทั้งที่ กริยาช่วยทุกตัวไม่มีการเติม -s ไม่ว่าประธานจะเป็นใคร

3. ใช้กริยาหลักผิดรูป (เติม -ing หรือผันเป็นอดีต)

  • I can swimming. / ❌ I can swam yesterday.
  • I can swim.

กริยาหลังกริยาช่วย can ต้องเป็นรูปฐานเสมอ ไม่ผัน ไม่เติม -ing ไม่เติม -ed

4. สับสนระหว่าง "can't" (การพูด) กับ "can not" (การเขียนเน้นย้ำ)

Can't ใช้ได้ทั้งพูดและเขียนทั่วไป ส่วน cannot เขียนติดกันเป็นคำเดียวในภาษาทางการ ส่วน "can not" (แยกคำ) ใช้เฉพาะกรณีต้องการเน้นคำว่า "not" เป็นพิเศษ เช่น You can not go — you must stay. ซึ่งพบไม่บ่อยในการเขียนทั่วไป

5. แปล "อาจจะ" เป็น can ทั้งที่ควรใช้ may/might

คำว่า "อาจจะ" ในภาษาไทยบางครั้งคนไทยแปลเป็น can ทั้งที่ความหมายจริง ๆ ควรเป็น may/might (ความเป็นไปได้เฉพาะเหตุการณ์)

  • He can be at home now. (ถ้าต้องการสื่อว่า "เขาอาจจะอยู่บ้านตอนนี้" แบบคาดเดา)
  • He might be at home now.

Can เหมาะกับความเป็นไปได้แบบทั่วไป/เป็นข้อเท็จจริง (general possibility) ไม่ใช่การคาดเดาเหตุการณ์เฉพาะหน้าแบบนั้น

เคล็ดลับ

  • ท่องเป็นประโยคสั้น ๆ ติดปาก: "Can + กริยาช่องหนึ่งเปล่า ๆ ไม่มี to ไม่มี s" พูดซ้ำจนติดปากจะช่วยลดข้อผิดพลาดข้อ 1-2 ได้มาก
  • เวลาแปลประโยคไทยที่มีคำว่า "...ได้" ให้เช็คก่อนว่าเป็นความสามารถ (ability) หรือการอนุญาต (permission) เพราะทั้งสองแบบใช้ can ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็น "อาจจะ...จริงๆ" (การคาดเดา) ให้เปลี่ยนไปใช้ may/might แทน
  • ฝึกแต่งประโยคคำถามด้วย Can บ่อย ๆ เพราะคนไทยมักลืมสลับตำแหน่ง can มาไว้หน้าประธาน เช่น ผิด: You can swim? (ใช้ได้ในภาษาพูดไม่ทางการ) ที่ถูกตามหลักไวยากรณ์คือ Can you swim?
  • จำไว้ว่า can ไม่มีรูปอนาคตหรืออดีตแบบผันตรง ๆ ถ้าจะพูดถึงความสามารถในอดีตใช้ could (ดูหัวข้อ Could แยกต่างหาก) ถ้าจะพูดถึงอนาคตใช้ will be able to

Can กับ Be able to ต่างกันอย่างไร

Can และ be able to มีความหมายใกล้เคียงกันมากคือ "สามารถทำได้" แต่ใช้ต่างบริบทกัน:

ประเด็น Can Be able to
กาลที่ใช้ได้ ปัจจุบันเท่านั้น (ในความหมายความสามารถ) ทุกกาล (is/was/will be able to)
ความเป็นทางการ ไม่เป็นทางการ ใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ได้ทั้งทางการและไม่ทางการ
ตามหลังกริยาช่วยตัวอื่น ใช้ไม่ได้ (ห้ามพูด will can) ใช้ได้ (will be able to)
  • I can swim. = I am able to swim.
  • I will can swim next year.
  • I will be able to swim next year.

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: คนไทยมักพยายามเอา can ไปต่อท้ายกริยาช่วยตัวอื่น เช่น will can, must can ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์ทันที เพราะภาษาอังกฤษห้ามใช้กริยาช่วยสองตัวติดกัน ต้องเปลี่ยน can เป็น be able to แทน

ตัวอย่างประโยค Can / Can't ที่ใช้บ่อยในชีวิตจริง

  1. I can ride a motorcycle, but I can't drive a car. (ฉันขี่มอเตอร์ไซค์เป็น แต่ขับรถยนต์ไม่เป็น)
  2. Can you help me carry this bag? (ช่วยฉันถือกระเป๋าใบนี้ได้ไหม)
  3. We can't eat here — the restaurant is closed. (เรากินที่นี่ไม่ได้ — ร้านปิดแล้ว)
  4. Can I sit here? (ขอนั่งตรงนี้ได้ไหม)
  5. Fish can't live out of water. (ปลาอยู่นอกน้ำไม่ได้)
  6. She can play the guitar very well. (เธอเล่นกีตาร์เก่งมาก)
  7. You can't park your car here — it's a no-parking zone. (คุณจอดรถตรงนี้ไม่ได้ — เป็นเขตห้ามจอด)
  8. Can he speak Thai fluently? (เขาพูดไทยคล่องไหม)
  9. It can rain suddenly in the rainy season. (ฝนอาจตกกะทันหันได้ในหน้าฝน)
  10. I can't remember his name. (ฉันจำชื่อเขาไม่ได้)
  11. Can we use the swimming pool after 9 p.m.? (เราใช้สระว่ายน้ำหลังสามทุ่มได้ไหม)
  12. Anyone can make mistakes. (ใครๆ ก็ทำผิดพลาดได้)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Can/Can't

Q: "Can I" กับ "Could I" ต่างกันอย่างไรเวลาขออนุญาต?
A: ทั้งสองใช้ขออนุญาตได้เหมือนกัน แต่ Could I สุภาพและเป็นทางการกว่า Can I เล็กน้อย เหมาะกับการพูดกับคนที่ไม่สนิทหรือผู้ใหญ่กว่า

Q: เขียน "can not" ติดกันได้ไหม?
A: ควรเขียนเป็น cannot (คำเดียว) หรือย่อเป็น can't ส่วน "can not" แยกคำใช้เฉพาะกรณีเน้นคำว่า not จริง ๆ ซึ่งพบน้อยมาก

Q: ทำไมเขียน "He can speaks" ถึงผิด?
A: เพราะ can เป็นกริยาช่วย กริยาหลักที่ตามมาต้องเป็นรูปฐานเสมอ ไม่ผันตามประธาน ต้องเขียนว่า He can speak เท่านั้น

Q: ใช้ can พูดถึงอนาคตได้ไหม?
A: ใช้ได้ในบางบริบท เช่นการวางแผนหรือขออนุญาตในอนาคตอันใกล้ (Can you call me tomorrow?) แต่ถ้าพูดถึงความสามารถในอนาคตต้องใช้ will be able to แทน เพราะ can ห้ามต่อกับกริยาช่วยตัวอื่น

จำสูตรหลักไว้เสมอ: ประธาน + can/can't + กริยาหลักรูปฐาน ไม่มี to ไม่มี -s ไม่ผันรูป แค่นี้ก็ใช้ can/can't ได้ถูกต้องแม่นยำในทุกสถานการณ์

Share: Copied!

Can / Can't — Bài tập 4

Luyện tập ngữ pháp tiếng Anh chủ đề Can / Can't với 10 câu hỏi trắc nghiệm. Trả lời đúng ít nhất 70% để qua bài kiểm tra.

10 questions คะแนนผ่าน: 70% Bài kiểm tra 4 /10 ตอบแล้ว

Cách làm bài kiểm tra

  • Đọc kỹ từng câu hỏi và chọn câu trả lời đúng nhất.
  • Bài kiểm tra không giới hạn thời gian — bạn có thể làm theo tốc độ của mình.
  • Nhấn ส่งแบบทดสอบ khi hoàn thành để xem điểm số và giải thích chi tiết.

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    ____ I help you find what you're looking for?

  2. 2

    ____ I use your phone to make a quick call?

  3. 3

    ____ I get you another drink?

  4. 4

    My car is broken, so I ____ drive it to the mechanic.

  5. 5

    Despite the heavy rain, the team ____ still win the match if they play well.

  6. 6

    ____ I use your bathroom, please?

  7. 7

    ____ I get you anything from the kitchen?

  8. 8

    Even with the best intentions, some mistakes ____ be avoided.

  9. 9

    My car is too small, so I ____ fit all the luggage in it.

  10. 10

    My vision is poor, so I ____ read small print without my glasses.