A2 · ระดับพื้นฐาน (Elementary) TOEIC 255–400 IELTS 2.5–3.5 กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

กริยา to be ใน Past Simple (was / were)

เรียนรู้ was และ were รูปอดีตของ to be เพื่อบรรยายสถานะ ตัวตน และสถานที่ในอดีตได้อย่างมั่นใจ

แชร์: คัดลอกแล้ว!
ตารางอันดับ ดูว่าคุณอยู่อันดับไหนในเดือนนี้ ดู

Past Simple ของ verb to be คือรูปอดีตของ am/is/are ซึ่งมีเพียงสองรูปคือ was และ were ใช้บอกว่าใครหรือสิ่งใด "เป็น อยู่ คือ" อะไรในอดีต เช่น "I was at home yesterday." (เมื่อวานฉันอยู่บ้าน) หรือ "They were happy." (พวกเขามีความสุข — ในอดีต) จุดสำคัญคือ to be ไม่เหมือนกริยาทั่วไปที่เติม -ed ตรง ๆ มันมีรูปอดีตเฉพาะของตัวเองแค่ 2 คำเท่านั้น

สำหรับผู้เรียนชาวไทย ปัญหาหลักคือภาษาไทยไม่มีคำกริยา "เป็น/อยู่/คือ" ที่ต้องผันตามกาลเวลา เราพูดว่า "ฉันอยู่บ้านเมื่อวาน" โดยไม่ต้องเปลี่ยนคำว่า "อยู่" เลย ทำให้ผู้เรียนไทยมักลืมใส่ was/were หรือสับสนว่าเมื่อไหร่ใช้ was เมื่อไหร่ใช้ were

ตาราง was/were กับประธานแต่ละตัว

ประธาน (Subject) Verb to be (อดีต) ตัวอย่าง
I was I was tired.
He / She / It was She was a teacher.
You were You were right.
We were We were at the party.
They were They were late.

หลักจำง่าย: ใช้ was กับประธานเอกพจน์ (I, he, she, it) ยกเว้น "you" ที่ใช้ were เสมอไม่ว่าจะเอกพจน์หรือพหูพจน์ ส่วน were ใช้กับประธานพหูพจน์ (we, they, you) และ was ใช้กับ I ด้วย (ข้อยกเว้นที่ต้องจำ เพราะ I ไม่ใช่ he/she/it แต่ก็ใช้ was เหมือนกัน)

โครงสร้างประโยค

ชนิดประโยค โครงสร้าง ตัวอย่าง
บอกเล่า ประธาน + was/were + ... He was angry yesterday.
ปฏิเสธ ประธาน + was/were + not (wasn't/weren't) She wasn't at school.
คำถาม Was/Were + ประธาน + ...? Were you at the meeting?
คำถาม Wh- Wh- + was/were + ประธาน + ...? Why was he late?

ใช้เมื่อไหร่ (Usage)

  1. บอกสถานะ/อาชีพ/ลักษณะในอดีต — I was sick last week.
  2. บอกตำแหน่งที่อยู่ในอดีต — We were at the beach on Sunday.
  3. ใช้กับ there was / there were (มี...ในอดีต) — There were many people at the concert.
  4. ใช้ร่วมกับ Past Continuous เพื่อสร้างโครงสร้าง was/were + V-ing — I was studying when you called.
  5. ตอบคำถามสั้น ๆ — Were you happy? — Yes, I was.

คำสัญญาณเวลาที่มักเจอ

yesterday, last night/week/month/year, ago, in 2010, when I was young, at that time

ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำกับ was/were

1. ลืมใส่ was/were ไปเลย เพราะภาษาไทยไม่ต้องมีคำนี้

คนไทยแปลตรงตัวจาก "ฉันเหนื่อยเมื่อวาน" กลายเป็น "I tired yesterday." ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์ เพราะในภาษาอังกฤษ ประโยคที่มีคำคุณศัพท์ (adjective) ตามหลังประธานต้องมีกริยา to be เสมอ

  • ผิด: I tired yesterday. / She happy.
  • ถูก: I was tired yesterday. / She was happy.

2. ใช้ was กับ you หรือใช้ were กับ he/she/it

เพราะจำสูตรสลับกัน หรือคิดว่า you = เอกพจน์ต้องใช้ was — ต้องจำเป็นข้อยกเว้นว่า you ใช้ were เสมอ

  • ผิด: You was late.
  • ถูก: You were late.

3. สับสนระหว่าง was/were กับ did

เมื่อประโยคมีกริยาแท้ (action verb) อยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ was/were ซ้ำ ใช้ Past Simple ธรรมดา (V2) หรือ did แทน คนไทยบางคนใส่ was ปนกับกริยาช่องสอง

  • ผิด: I was went to school.
  • ถูก: I went to school. หรือ I was at school. (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)

4. ใช้ was/were แทน is/are/am เพราะสับสนเรื่องเวลา

คนไทยที่ยังไม่ชินกับระบบ tense อาจพูดถึงเรื่องปัจจุบันแต่ใช้ was เพราะเคยชินกับประโยคอดีตที่เรียนมาก่อน ให้เช็กคำสัญญาณเวลาเสมอว่าเป็นอดีตจริงหรือไม่

5. ลืมกลับรูปเป็น Was/Were เมื่อตั้งคำถาม

คนไทยมักเรียงประโยคคำถามแบบไทย (คำถามท้ายประโยค) แล้วลืมสลับ Was/Were มาไว้หน้าประโยค

  • ผิด: You were where yesterday?
  • ถูก: Where were you yesterday?

เคล็ดลับสำหรับผู้เรียนชาวไทย

  • ท่องคาถา "I, He, She, It → WAS" / "You, We, They → WERE" ให้ขึ้นใจเหมือนสูตรคูณ
  • ทุกครั้งที่ประโยคมีคำคุณศัพท์ (happy, tired, late, hungry) หรือคำนาม (a teacher, a doctor) ตามหลังประธาน และพูดถึงอดีต ต้องมี was/were เสมอ ห้ามละเว้นแบบภาษาไทย
  • ฝึกแยกให้ออกว่าประโยคนั้น "บอกสภาพ/ที่อยู่" (ใช้ was/were) หรือ "บอกการกระทำ" (ใช้ V2/did) อย่าใช้ปนกัน
  • จำกฎการเปลี่ยนเป็นปฏิเสธ: was/were + not → wasn't / weren't (ไม่มีการเติม didn't ซ้อนกับ was)
  • เวลาตั้งคำถาม ให้ดึง was/were ออกมาไว้หน้าสุดของประโยคเสมอ เหมือนกับ is/are/am ในปัจจุบัน

ตัวอย่างประโยค was/were

  1. I was at the office until 9 p.m. last night.
  2. She was very tired after the long trip.
  3. Were you at home yesterday afternoon?
  4. They weren't happy with the result.
  5. There were a lot of tourists in Phuket last summer.
  6. He was a soldier when he was young.
  7. We were on holiday last week.
  8. Was the movie good?
  9. My parents were proud of me.
  10. It was very cold last winter.
  11. Where were you when the accident happened?
  12. The children were excited about the trip.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: was กับ were ต่างกันตรงไหน ใช้อันไหนกับ I?
A: ใช้ was กับ I เสมอ (I was, ไม่ใช่ I were) ยกเว้นในโครงสร้างสมมติ (Subjunctive) เช่น "If I were you..." ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง (Unreal Conditional) ไม่ใช่ Past Simple ธรรมดา

Q: ทำไมต้องมี was/were ทั้งที่ภาษาไทยไม่มีคำแบบนี้?
A: เพราะไวยากรณ์อังกฤษกำหนดให้ทุกประโยคต้องมีกริยาแท้ (verb) เมื่อไม่มีกริยาการกระทำ (action verb) ต้องใช้ verb to be เป็นตัวเชื่อมประธานกับส่วนขยาย (adjective/noun/place) เสมอ

Q: "There was" กับ "There were" ใช้ต่างกันอย่างไร?
A: ใช้ was เมื่อตามด้วยคำนามเอกพจน์ (There was a car.) และใช้ were เมื่อตามด้วยคำนามพหูพจน์ (There were many cars.)

แชร์: คัดลอกแล้ว!

กริยา to be ใน Past Simple (was / were) — แบบฝึกหัด 2

ฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษหัวข้อ กริยา to be ใน Past Simple (was / were) ด้วย 10 ข้อแบบปรนัย ตอบถูกอย่างน้อย 70% เพื่อผ่าน

10 ข้อ คะแนนผ่าน: 70% แบบทดสอบ 2 /10 ตอบแล้ว

วิธีทำแบบทดสอบ

  • อ่านแต่ละข้ออย่างละเอียดและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด
  • แบบทดสอบไม่มีการจับเวลา — คุณสามารถทำได้ตามความเร็วของตนเอง
  • คลิก ส่งแบบทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นเพื่อดูคะแนนและคำอธิบายโดยละเอียด

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    He ___ a talented musician.

  2. 2

    The pair of scissors you lent me ___ not very sharp.

  3. 3

    They ___ not happy with the result.

  4. 4

    My parents ___ on vacation last month.

  5. 5

    The bacteria in the sample ___ identified as E. coli, which ___ the cause of the contamination.

  6. 6

    You ___ right about the answer.

  7. 7

    Not only the students but also the teacher ___ surprised by the announcement.

  8. 8

    My favorite color ___ blue when I was a child.

  9. 9

    ___ she happy to see you?

  10. 10

    The proceeds from the charity event ___ donated to the local hospital, which ___ in great need.

A1 กริยา to be ใน Present Simple (am / is / are) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A1 Present Simple Tense: ความจริงทั่วไปและกิจวัตร กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Past Simple Tense: เหตุการณ์ที่จบไปแล้วในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Present Continuous Tense: สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Future with going to: แผนการและการคาดการณ์ กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Present Perfect Tense (ฉบับเริ่มต้น) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Present Perfect Tense (ขั้นสูง) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Past Continuous Tense: สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Future Simple (will): การตัดสินใจและการคาดการณ์ กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Future Continuous Tense: สิ่งที่จะกำลังเกิดขึ้นในอนาคต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Present Perfect Continuous Tense: ทำต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Past Perfect Tense (had + V3): เหตุการณ์ที่เกิดก่อนในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Past Perfect Continuous Tense: ทำต่อเนื่องก่อนอีกเหตุการณ์ในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 กริยาที่แสดงการขอร้องหรือบังคับ (Causative Verbs) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Future Perfect Tense: สิ่งที่จะเสร็จก่อนเวลาในอนาคต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Future Perfect Continuous Tense: ทำต่อเนื่องไปจนถึงเวลาในอนาคต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Used to กับ Would: นิสัยและกิจวัตรในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C2 Stative Verbs กับ Dynamic Verbs (ขั้นสูง) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C2 ลักษณะกำกับนาม (Aspect) ในการเล่าเรื่องและลำดับความที่ซับซ้อน กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)