B1 · ระดับกลาง (Intermediate) TOEIC 405–600 IELTS 4.0–5.0 กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)

Future Continuous Tense: สิ่งที่จะกำลังเกิดขึ้นในอนาคต

เรียนรู้ Future Continuous สำหรับเหตุการณ์ที่จะดำเนินอยู่ในอนาคต ข้อตกลงที่วางแผนไว้ และคำถามอย่างสุภาพ

แชร์: คัดลอกแล้ว!
ตารางอันดับ ดูว่าคุณอยู่อันดับไหนในเดือนนี้ ดู

Future Continuous (จะกำลังทำ) คือ tense ที่ใช้บอกว่า "ในอนาคต ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เหตุการณ์นั้นจะกำลังดำเนินอยู่" โครงสร้างคือ will be + V-ing เช่น "This time tomorrow, I will be flying to Bangkok." (พรุ่งนี้เวลานี้ ฉันจะกำลังนั่งเครื่องบินไปกรุงเทพฯ) จุดสำคัญคือ Future Continuous ไม่ได้เน้นว่า "จะทำ" เฉย ๆ แต่เน้นว่า "จะอยู่ระหว่างทำ" ณ จุดเวลาหนึ่งในอนาคต ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่มีในภาษาไทยโดยตรง เพราะภาษาไทยมักพูดแค่ "จะ" หรือ "กำลังจะ" โดยไม่แยกว่าเป็นการกระทำที่ดำเนินอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งในอนาคตโดยเฉพาะ

โครงสร้าง Future Continuous (สูตรหลัก)

ประโยคบอกเล่า (Affirmative):  Subject + will + be + V-ing
ประโยคปฏิเสธ (Negative):      Subject + will not (won't) + be + V-ing
ประโยคคำถาม (Question):       Will + Subject + be + V-ing?
รูปประโยค ตัวอย่าง
บอกเล่า She will be studying at 8 p.m. tonight.
ปฏิเสธ He won't be working this time next week.
คำถาม Will you be using the car tomorrow morning?
คำถามแบบ Wh- What will you be doing at this time next year?

หมายเหตุ: ประธานทุกตัว (I, you, he, she, it, we, they) ใช้ will be + V-ing เหมือนกันหมด ไม่ผันตามประธาน — นี่คือจุดที่ง่ายกว่าภาษาอื่นและควรใช้ให้เป็นข้อได้เปรียบ

Future Continuous ใช้ตอนไหนบ้าง

1. บอกเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ณ จุดเวลาหนึ่งในอนาคต

  • "At 10 a.m. tomorrow, we will be having a meeting."
  • "This time next month, I will be traveling in Japan."

2. บอกเหตุการณ์ที่เป็นกิจวัตร/แผนที่วางไว้แล้วตามธรรมชาติ (ไม่ใช่การตัดสินใจ)

Future Continuous สื่อถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น "ตามธรรมชาติ" หรือ "ตามแผนที่วางไว้แล้ว" โดยไม่ได้เน้นความตั้งใจ ต่างจาก "will" ที่มักสื่อถึงการตัดสินใจ ณ ขณะพูด

  • "Don't call me at 7, I 'll be having dinner." (เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้น)

3. ถามอย่างสุภาพเกี่ยวกับแผนของอีกฝ่าย (Polite Inquiry)

  • "Will you be coming to the party?" (ฟังดูสุภาพและเป็นกลางกว่าการถาม "Will you come?" ซึ่งอาจฟังดูเหมือนขอร้อง)

4. คาดการณ์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ (Present prediction of a parallel action)

  • "He will be sleeping right now." (คาดเดาว่าตอนนี้เขาน่าจะกำลังนอนหลับอยู่)

Time Expressions / คำสัญญาณเวลาที่มักเจอ

  • this time tomorrow / this time next week / this time next year
  • at + เวลา + tomorrow/next week (at 9 p.m. tomorrow)
  • while + ประโยคอื่น (while I am traveling)
  • all day tomorrow, all next week

เปรียบเทียบกับ Tense อื่นที่คนไทยสับสน

Tense ความหมาย ตัวอย่าง
Future Simple (will + V1) การตัดสินใจทันที หรือคาดการณ์ทั่วไป I will call you later.
Future Continuous (will be + V-ing) กำลังดำเนินอยู่ ณ จุดเวลาหนึ่งในอนาคต I will be calling you at 8 p.m.
be going to แผนที่ตั้งใจไว้ล่วงหน้า I am going to call her tomorrow.
Present Continuous (future use) นัดหมายที่แน่นอนแล้ว I am calling her at 8 p.m. (นัดไว้แน่นอน)

จุดต่างสำคัญ: Future Continuous ไม่ได้เน้นความตั้งใจ แต่เน้น "ระยะเวลาที่กำลังดำเนินอยู่" ณ จุดหนึ่ง ในขณะที่ going to / Present Continuous เน้นแผนที่ตัดสินใจไว้แล้ว

ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อยที่สุด

  1. ลืมใส่ "be" หลัง will เพราะภาษาไทยไม่มีคำช่วยกริยาแบบนี้ เช่น
  2. ผิด: "I will studying at 8 p.m."
  3. ถูก: "I will be studying at 8 p.m."
  4. ใช้ Present Continuous แทน Future Continuous เมื่อพูดถึงอนาคตไกล — เพราะภาษาไทยพูด "กำลัง" ได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต เช่น อยากพูดว่า "พรุ่งนี้เวลานี้ฉันจะกำลังบินอยู่" มักเขียนผิดเป็น "Tomorrow this time, I am flying." (ซึ่งฟังดูเหมือนนัดหมายที่วางแผนไว้ ไม่ใช่ "อยู่ระหว่างทำ") ที่ถูกคือ "I will be flying."
  5. สับสน Future Continuous กับ Future Perfect เพราะทั้งคู่พูดถึงอนาคตที่ "ซับซ้อน" กว่า will ธรรมดา คนไทยมักปนกัน ต้องจำว่า Future Continuous = "กำลังทำอยู่ตรงจุดนั้น" ส่วน Future Perfect = "ทำเสร็จไปแล้วก่อนจุดนั้น"
  6. ใช้ Future Continuous เพื่อสื่อความตั้งใจ/แผนที่ตัดสินใจไว้ ทั้งที่ควรใช้ going to หรือ Present Continuous เช่น อยากพูดว่า "ฉันจะไปประชุมพรุ่งนี้" (ตั้งใจ/วางแผนไว้) ไม่ควรพูดว่า "I will be attending the meeting tomorrow." หากต้องการเน้นแผนตั้งใจ ควรพูดว่า "I am attending the meeting tomorrow." (Future Continuous ใช้ได้ถ้าต้องการเน้นว่า "ตอนนั้นกำลังอยู่ในที่ประชุม" มากกว่าเน้นความตั้งใจ)
  7. ลืมผันคำถามให้ถูกลำดับ เช่น ผิด: "Will you be studying?" → คนไทยมักลืมสลับ Will มาไว้หน้าประธานเพราะภาษาไทยไม่ต้องสลับคำเวลาตั้งคำถาม

เคล็ดลับสำหรับผู้เรียนไทย

  • ท่องจำสูตรสั้น ๆ เป็นจังหวะ: "will + be + ing" สามคำนี้ต้องมาด้วยกันเสมอ ห้ามขาดตัวใดตัวหนึ่ง
  • ใช้ภาพในหัว: "this time tomorrow" คือการ "ย้อนอนาคต" ไปยืนอยู่ ณ จุดเวลานั้น แล้วมองว่าตอนนั้นเรากำลังทำอะไรอยู่ — นึกภาพนาฬิกาที่หมุนไปข้างหน้าแล้วกดหยุดตรงจุดหนึ่ง
  • เปรียบเทียบกับประโยคไทยที่มีคำว่า "ตอนนั้นจะกำลัง..." เป็นสัญญาณให้ใช้ Future Continuous ทันที
  • ฝึกแต่งประโยคเกี่ยวกับตารางชีวิตประจำวันของตัวเอง เช่น "This time tomorrow, I will be sitting in class." จะช่วยให้จำได้เป็นธรรมชาติมากกว่าท่องสูตรลอย ๆ

ตัวอย่างประโยคเพิ่มเติม

  1. This time next week, we will be lying on the beach in Phuket.
  2. Don't worry, I won't be using the printer this afternoon.
  3. Will you be attending the conference next month?
  4. At midnight, she will still be working on her report.
  5. He will be traveling when we arrive at the airport.
  6. They will be having dinner around 7 p.m., so let's call after that.
  7. I will be waiting for you outside the theater.
  8. Will the kids be sleeping by the time we get home?
  9. She won't be attending the meeting because she's on leave.
  10. What will you be doing this time next year?
  11. We will be celebrating our anniversary next weekend.
  12. He will be driving through Chiang Mai around noon tomorrow.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Future Continuous กับ Future Simple ต่างกันตรงไหนชัดที่สุด?
A: Future Simple บอกแค่ว่า "จะเกิดขึ้น" โดยไม่เน้นช่วงเวลา ส่วน Future Continuous เน้นว่า "กำลังเกิดขึ้นอยู่" ณ จุดเวลาที่ระบุไว้ชัดเจน เช่น "I will finish the report." (จะทำเสร็จ) เทียบกับ "I will be finishing the report at 5 p.m." (ตอน 5 โมง จะยังอยู่ระหว่างทำ)

Q: ใช้ Future Continuous เพื่อถามอย่างสุภาพได้จริงหรือ?
A: ได้ เป็นวิธีถามที่ฟังดูเป็นกลางกว่า ไม่กดดันผู้ฟัง เช่น "Will you be joining us?" ฟังดูเป็นการถามข้อมูลทั่วไปมากกว่า "Will you join us?" ที่อาจฟังดูเหมือนคำเชิญโดยตรง

Q: มีคำกริยาที่ห้ามใช้กับ Continuous form บ้างไหม?
A: มี กริยาที่แสดงสภาวะ (stative verbs) เช่น know, believe, love, own, understand มักไม่ใช้รูป continuous รวมถึง Future Continuous ด้วย เช่น ไม่พูดว่า "I will be knowing the answer tomorrow." ควรใช้ "I will know the answer tomorrow." แทน

แชร์: คัดลอกแล้ว!

Future Continuous Tense: สิ่งที่จะกำลังเกิดขึ้นในอนาคต — แบบฝึกหัด 3

ฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษหัวข้อ Future Continuous Tense: สิ่งที่จะกำลังเกิดขึ้นในอนาคต ด้วย 10 ข้อแบบปรนัย ตอบถูกอย่างน้อย 70% เพื่อผ่าน

10 ข้อ คะแนนผ่าน: 70% แบบทดสอบ 3 /10 ตอบแล้ว

วิธีทำแบบทดสอบ

  • อ่านแต่ละข้ออย่างละเอียดและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด
  • แบบทดสอบไม่มีการจับเวลา — คุณสามารถทำได้ตามความเร็วของตนเอง
  • คลิก ส่งแบบทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นเพื่อดูคะแนนและคำอธิบายโดยละเอียด

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    The construction workers _______ on the new bridge all next year.

  2. 2

    This time next week, I _______ my new role, so I won't have much time to talk.

  3. 3

    No matter what happens, at this exact time tomorrow, we _______ towards our goal, undeterred.

  4. 4

    The orchestra _______ the final symphony when the lights suddenly go out.

  5. 5

    I can't make the morning session, but I _______ for the afternoon workshops.

  6. 6

    I _______ my emails when the boss arrives.

  7. 7

    I _______ my coffee on the balcony tomorrow morning.

  8. 8

    The children _______ soundly by the time we get home.

  9. 9

    I've been told that at 3 PM sharp, the auditors _______ through the financial records, so ensure everything is in order before then.

  10. 10

    He _______ when you call him; he always takes a nap in the afternoon.

A1 กริยา to be ใน Present Simple (am / is / are) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A1 Present Simple Tense: ความจริงทั่วไปและกิจวัตร กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 กริยา to be ใน Past Simple (was / were) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Past Simple Tense: เหตุการณ์ที่จบไปแล้วในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Present Continuous Tense: สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Future with going to: แผนการและการคาดการณ์ กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) A2 Present Perfect Tense (ฉบับเริ่มต้น) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Present Perfect Tense (ขั้นสูง) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Past Continuous Tense: สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B1 Future Simple (will): การตัดสินใจและการคาดการณ์ กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Present Perfect Continuous Tense: ทำต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Past Perfect Tense (had + V3): เหตุการณ์ที่เกิดก่อนในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 Past Perfect Continuous Tense: ทำต่อเนื่องก่อนอีกเหตุการณ์ในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) B2 กริยาที่แสดงการขอร้องหรือบังคับ (Causative Verbs) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Future Perfect Tense: สิ่งที่จะเสร็จก่อนเวลาในอนาคต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Future Perfect Continuous Tense: ทำต่อเนื่องไปจนถึงเวลาในอนาคต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C1 Used to กับ Would: นิสัยและกิจวัตรในอดีต กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C2 Stative Verbs กับ Dynamic Verbs (ขั้นสูง) กาลและลักษณะ (Tense & Aspect) C2 ลักษณะกำกับนาม (Aspect) ในการเล่าเรื่องและลำดับความที่ซับซ้อน กาลและลักษณะ (Tense & Aspect)