ภาษา
B2 · ระดับกลางตอนสูง (Upper Intermediate) TOEIC 605–780 IELTS 5.5–6.5 ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs)

เข้าใจ Transitivity เพื่อรู้ว่ากริยาตัวใดต้องการกรรมและตัวใดไม่ต้องการ ช่วยสร้างประโยคที่ถูกต้อง

แชร์: คัดลอกแล้ว!
ตารางอันดับ ดูว่าคุณอยู่อันดับไหนในเดือนนี้ ดู

Transitivity คืออะไร กริยาที่ต้องมีกรรม vs กริยาที่ไม่ต้องมีกรรม

Transitivity คือคุณสมบัติของคำกริยาที่บอกว่ากริยานั้นต้องมีกรรมมารองรับหรือไม่ แบ่งเป็นสองประเภทหลัก:

  • Transitive Verb (กริยาที่ต้องมีกรรม) คือกริยาที่ต้องมีคำนามหรือวลีนามตามมาเสมอเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์และมีความหมายครบถ้วน เช่น bring, buy, like, want, enjoy
  • Intransitive Verb (กริยาที่ไม่ต้องมีกรรม) คือกริยาที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ต้องการกรรมมารองรับ เช่น sleep, arrive, happen, die, laugh

พูดสั้น ๆ: ถ้าถามว่า "กริยานี้ทำอะไร/ทำกับใคร" แล้วต้องมีคำตอบตามมาเสมอ = Transitive / ถ้ากริยานั้นความหมายจบได้เองไม่ต้องมีคำตอบ = Intransitive

ตารางเปรียบเทียบ Transitive กับ Intransitive Verbs

ประเภท ลักษณะ ตัวอย่างประโยค
Transitive ต้องมีกรรมตามหลังเสมอ I bought a car. (ผิดถ้า: I bought.)
Intransitive ไม่มีกรรม ความหมายสมบูรณ์แล้ว The baby slept. (ห้ามเติมกรรม: The baby slept the bed. ผิด)
Ditransitive มีกรรม 2 ตัว (กรรมตรง+กรรมรอง) She gave me a gift. (me=กรรมรอง, a gift=กรรมตรง)

สูตร Transitive: Subject + Verb + Object (บังคับ ขาดไม่ได้)
สูตร Intransitive: Subject + Verb (+ Adverbial/Preposition, ไม่บังคับ)

กริยาที่เป็นได้ทั้ง Transitive และ Intransitive (Dual-Nature Verbs)

กริยาหลายตัวในภาษาอังกฤษสามารถใช้ได้ทั้งสองแบบ โดยความหมายอาจเปลี่ยนหรือคงเดิม ขึ้นอยู่กับบริบท:

กริยา แบบ Intransitive (ไม่มีกรรม) แบบ Transitive (มีกรรม)
grow The plant grew quickly. She grew tomatoes in her garden.
break The glass broke. He broke the glass.
open The door opened slowly. She opened the door.
run He runs every morning. She runs a small business.
read He reads every night. She read the letter.
stop The car stopped suddenly. He stopped the car.

รายการกริยา Intransitive ที่พบบ่อยที่สุด (ห้ามตามด้วยกรรมโดยตรง)

กริยา ความหมาย ตัวอย่างที่ถูกต้อง
arrive มาถึง I arrived at the station. (ต้องมี "at" ก่อนสถานที่)
happen เกิดขึ้น An accident happened yesterday.
die ตาย The old man died peacefully.
sleep นอนหลับ The children slept early.
laugh หัวเราะ Everyone laughed at the joke.
rise ลุกขึ้น/ขึ้น (พระอาทิตย์) The sun rises in the east.
exist มีอยู่ Such creatures exist in the deep ocean.
wait รอ I waited for the bus. (ต้องมี "for")

รายการกริยา Transitive ที่พบบ่อยที่สุด (ต้องมีกรรมเสมอ)

กริยา ตัวอย่างที่ถูกต้อง ตัวอย่างที่ผิด
bring Please bring your book. Please bring.
enjoy I enjoy swimming. I enjoy.
discuss We discussed the plan. We discussed. (ห้ามเติม about)
marry He married her. He married with her. (ห้ามเติม with)
answer She answered the question. She answered to the question. (ห้ามเติม to)
enter They entered the room. They entered into the room. (ห้ามเติม into)

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: กริยาที่คนไทยมักเติม Preposition ผิด/เกิน

กริยา transitive บางตัวในภาษาอังกฤษไม่ต้องการ preposition ใด ๆ ก่อนกรรม แต่คนไทยมักเผลอเติม preposition ตามความเคยชินจากภาษาไทยหรือจากกริยาอื่นที่คล้ายกัน:

  • ผิด: We discussed about the problem. → ถูก: We discussed the problem.
  • ผิด: She married with him. → ถูก: She married him.
  • ผิด: Please explain me the rule. → ถูก: Please explain the rule to me. (explain เป็น transitive แต่กรรมรองต้องใช้ "to")

ทำไม Transitivity เป็นเรื่องยากมากสำหรับคนไทย

ในภาษาไทย คำกริยาไม่มีการทำเครื่องหมายบอกความเป็น transitive/intransitive ทางไวยากรณ์เลย ผู้พูดไทยตัดสินใจใส่หรือไม่ใส่กรรมจากความหมายและบริบทเท่านั้น ไม่มีกฎบังคับตายตัวเหมือนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้คำกริยาไทยหลายคำใช้ได้ทั้งแบบมีกรรมและไม่มีกรรมอย่างอิสระโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปหรือเติมคำเชื่อมใด ๆ เช่น "นอน" "กิน" "หัวเราะ" ล้วนพูดได้ทั้งแบบมีกรรมและไม่มีกรรมอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาการถ่ายโอนภาษา (language transfer) ดังนี้:

  1. เติมกรรมหลังกริยาที่เป็น Intransitive เช่น พูดผิดว่า "I arrived the airport." ทั้งที่ต้องเป็น "I arrived at the airport." เพราะ "arrive" เป็น intransitive verb ต้องมี preposition นำหน้ากรรม
  2. ละกรรมทิ้งหลังกริยาที่เป็น Transitive เช่น พูดผิดว่า "I enjoy very much." ทั้งที่ต้องมีกรรมตามหลัง "enjoy" เสมอ เช่น "I enjoy it very much." หรือ "I enjoy cooking very much."
  3. เติม Preposition เกินความจำเป็นหลัง Transitive Verb เพราะสับสนกับกริยาที่มีความหมายคล้ายกันแต่ใช้ preposition (เช่น talk about vs discuss) เช่น "discuss about" (ผิด) เทียบกับ "talk about" (ถูก) — discuss เป็น transitive ไม่ต้องมี about แต่ talk เป็น intransitive (เมื่อตามด้วยหัวข้อ) ต้องมี about
  4. แปลตรงตัวจากโครงสร้างประโยคไทยที่มีกรรมแฝงอยู่ เช่น ในภาษาไทยพูดว่า "ไปโรงเรียน" (มีกรรมแฝง "โรงเรียน" ตามหลัง "ไป" โดยไม่มีคำเชื่อม) ทำให้พูดผิดเป็น "I go school." ทั้งที่ภาษาอังกฤษต้องเป็น "I go to school." เพราะ "go" เป็น intransitive verb

เคล็ดลับ: วิธีเช็กว่ากริยานั้นต้องมีกรรมหรือไม่

  1. ท่องจำกริยาเป็นคู่กับ preposition ที่ตามมา (ถ้ามี) แทนการท่องแค่ความหมาย เช่น ไม่ใช่แค่จำว่า "discuss = คุยเรื่อง" แต่ต้องจำว่า "discuss + object (ไม่มี about)"
  2. ลองถามตัวเองว่า "กริยานี้ต้องการคำตอบสำหรับ what/whom ไหม" ถ้าใช่ = transitive ต้องมีกรรม ถ้าประโยคจบสมบูรณ์โดยไม่ต้องตอบคำถามนั้น = intransitive
  3. ใช้พจนานุกรมที่ระบุ [T] (transitive) และ [I] (intransitive) ทุกครั้งที่เจอคำศัพท์ใหม่ เพื่อสร้างความเคยชินตั้งแต่ต้น
  4. จำกริยาที่มักสร้างปัญหาไว้เป็นกลุ่มพิเศษ เช่น discuss, marry, answer, enter, resemble, approach (ล้วนเป็น transitive ที่ไม่ต้องมี preposition แม้ภาษาไทยหรือสัญชาตญาณจะรู้สึกว่าควรมี)

ตัวอย่างประโยค Transitivity เพิ่มเติม

  1. She resembles her mother a lot. (transitive — ไม่ใช้ "resembles with/to")
  2. The plane landed safely. (intransitive)
  3. He approached the stage slowly. (transitive — ไม่ใช้ "approached to")
  4. The water boiled for ten minutes. (intransitive)
  5. They reached the summit at noon. (transitive — ไม่ใช้ "reached to")
  6. The children giggled at the funny video. (intransitive + preposition "at")
  7. She considered the offer carefully. (transitive — ไม่ใช้ "considered about")
  8. The old bridge collapsed last year. (intransitive)
  9. He contacted the office immediately. (transitive — ไม่ใช้ "contacted with/to")
  10. The audience applauded loudly. (intransitive)

Transitivity เกี่ยวข้องกับ Passive Voice อย่างไร

กฎสำคัญที่เชื่อมโยงกันคือ มีแค่ Transitive Verb เท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนเป็น Passive Voice ได้ เพราะ Passive Voice ต้องอาศัยกรรมของประโยค Active มาเป็นประธาน หากกริยาเป็น Intransitive (ไม่มีกรรม) จะไม่มีสิ่งใดนำมาเป็นประธานของประโยค Passive ได้เลย เช่น "happen" เป็น intransitive จึงไม่สามารถพูดว่า "was happened" ได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กริยาตัวเดียวกันเป็นได้ทั้ง transitive และ intransitive จริงหรือ
A: จริง กริยาจำนวนมาก เช่น grow, break, open, read, run เป็นได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับว่ามีกรรมตามมาในประโยคนั้นหรือไม่ ต้องดูบริบทของแต่ละประโยคเป็นหลัก

Q: ทำไม "discuss" ไม่ใช้ "about" แต่ "talk" ใช้ "about" ได้
A: เพราะ "discuss" เป็น transitive verb ที่รับกรรมโดยตรงอยู่แล้ว การเติม "about" จึงซ้ำซ้อน ส่วน "talk" เป็น intransitive verb เมื่อต้องการพูดถึงหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งต้องอาศัย preposition "about" มาช่วยเชื่อมกรรม

Q: มีวิธีจำกริยากลุ่มนี้แบบไม่ต้องท่องจำทีละคำไหม
A: ไม่มีกฎตายตัว 100% เพราะเป็นคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละคำ (lexical property) วิธีที่ดีที่สุดคือเรียนรู้ผ่านการอ่านและฟังภาษาอังกฤษจริงบ่อย ๆ ควบคู่กับการเปิดพจนานุกรมตรวจสอบ [T]/[I] ทุกครั้งที่ไม่แน่ใจ

สรุปส่งท้าย

Transitivity เป็นแนวคิดที่ไม่มีเครื่องหมายชัดเจนในภาษาไทย ทำให้นักเรียนไทยต้องอาศัยการท่องจำกริยาเป็นคู่กับรูปแบบการใช้ (มีกรรมโดยตรง มีกรรมผ่าน preposition หรือไม่มีกรรมเลย) นักเรียนควรฝึกเช็กพจนานุกรมและสังเกตประโยคตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดจากการแปลตรงตัวจากโครงสร้างประโยคไทย

แชร์: คัดลอกแล้ว!

กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs) — แบบฝึกหัด 4

ฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษหัวข้อ กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs) ด้วย 10 ข้อแบบปรนัย ตอบถูกอย่างน้อย 70% เพื่อผ่าน

10 ข้อ คะแนนผ่าน: 70% แบบทดสอบ 4 /10 ตอบแล้ว

วิธีทำแบบทดสอบ

  • อ่านแต่ละข้ออย่างละเอียดและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด
  • แบบทดสอบไม่มีการจับเวลา — คุณสามารถทำได้ตามความเร็วของตนเอง
  • คลิก ส่งแบบทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นเพื่อดูคะแนนและคำอธิบายโดยละเอียด

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    Which sentence uses a ditransitive verb?

  2. 2

    Which of the following verbs is typically transitive but can be used intransitively with a generic or implied object?

  3. 3

    Consider the verb 'grow'. In which sentence is it used intransitively?

  4. 4

    Identify the intransitive verb in the sentence: 'The sun rises early.'

  5. 5

    In the sentence 'She wrote a book,' what is the direct object?

  6. 6

    Which sentence uses a phrasal verb that is obligatorily transitive and inseparable?

  7. 7

    In the sentence 'The committee elected her president,' what is the grammatical function of 'president'?

  8. 8

    Choose the sentence where the verb 'ring' is used transitively.

  9. 9

    In the sentence 'She wore a beautiful dress,' what is the direct object?

  10. 10

    Which of the following sentences contains a transitive verb?

A1 โครงสร้างประโยคพื้นฐาน (S-V-O) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 ประโยคคำสั่ง (Imperatives) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 การใช้ 'There is / There are' ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A2 การสร้างประโยคคำถามเพิ่มเติม (How, Whose, Which) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Passive Voice (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Reported Speech (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามท้ายประโยค (Question Tags) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามทางอ้อม (Indirect Questions) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ความสอดคล้องของประธานและกริยาขั้นสูง (ข้อยกเว้น) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Passive Voice ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Reported Speech ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ประโยคเน้น (Cleft Sentences) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 การสลับตำแหน่งคำกับคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธ (Inversion with Negative Adverbials) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 Passive Voice ขั้นสูง (Infinitive, Gerund และโครงสร้างการรายงาน) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 โครงสร้างการรายงานคำพูดขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การนำส่วนประกอบมาไว้หน้าประโยค (Fronting) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การสลับตำแหน่งคำขั้นสูง (Advanced Inversion) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การละและการแทนที่ (Ellipsis & Substitution) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การประสานประโยคขั้นสูง (โครงสร้างคู่ขนานและคำสันธานแบบคู่) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การใช้อนุประโยคขั้นสูง (Participial, Absolute และ Infinitivial Clauses) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)