B2 · ระดับกลางตอนสูง (Upper Intermediate) TOEIC 605–780 IELTS 5.5–6.5 ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs)

ทำความเข้าใจว่ากริยาตัวใดต้องการกรรม (transitive) และกริยาตัวใดไม่ต้องการกรรม (intransitive)

Transitivity ในไวยากรณ์ภาษาอังกฤษคืออะไร?

Transitivity หรือ "ความเป็นสกรรมกริยา" คือฟันเฟืองทางไวยากรณ์ที่มองไม่เห็นแต่คอยขับเคลื่อนโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษครับ มันเป็นตัวกำหนดว่าคำกริยาแสดงอาการนั้น "ต้อง" มีความต้องการเป้าหมายมารองรับ (สกรรมกริยา - Transitive) หรือการกระทำนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยตัวมันเอง (อกรรมกริยา - Intransitive) ครับ ลองนึกภาพเหมือนการยิงธนูครับ ถ้าคุณยิงธนู มันต้องมีเป้าหมายให้พุ่งชน (Transitive) แต่ถ้าคุณแค่เผลอหลับไปเฉยๆ ก็ไม่มีเป้าหมายที่ต้องไปเกี่ยวข้องด้วยครับ (Intransitive) การฝึกฝนเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเรียนรู้ไวยากรณ์ขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง "ประโยคถูกกระทำ" (Passive Voice) ครับ

โครงสร้างและสูตรของ Transitivity

คำกริยาถูกแบ่งประเภทตามตรรกะออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ตามความเป็น Transitivity ของมัน (คือดูว่าต้องมีกรรมมารองรับหรือไม่) ดังนี้ครับ:

1. สกรรมกริยา (Transitive Verbs - ต้องมีกรรม)

สกรรมกริยาหมายถึงการกระทำที่ส่งผ่านจากประธาน (ผู้กระทำ) ตรงไปยังเป้าหมาย หรือ "กรรมตรง" (ผู้ถูกกระทำ) ครับ คำกริยาประเภทนี้ไม่สามารถวางไว้ท้ายประโยคเดี่ยวๆ ได้ เพราะจะทำให้ประโยคฟังดูไม่สมบูรณ์ครับ
* สูตร: ประธาน (S) + สกรรมกริยา (Vt) + กรรมตรง (DO)
* ตัวอย่างที่ผิด: The boy kicked. (เด็กชายคนนั้นเตะ... เตะอะไรล่ะครับ?)
* ตัวอย่างที่ถูกต้อง: The boy (S) kicked (Vt) the ball (DO). (เด็กชายคนนั้นเตะลูกบอลครับ)
* คำกริยาที่พบบ่อย: buy, make, find, hit, bring, send, want, need.

2. อกรรมกริยา (Intransitive Verbs - ไม่ต้องมีกรรม)

อกรรมกริยาหมายถึงการกระทำที่จบลงที่ตัวประธานเอง ไม่สามารถพุ่งไปหาเป้าหมายอื่นได้ครับ คำเหล่านี้สามารถจบประโยคได้เลย หรือตามด้วยส่วนขยายที่บอกว่า "ที่ไหน" หรือ "เมื่อไหร่" ก็ได้ แต่ห้ามตามด้วย "คนหรือสิ่งของ" ในฐานะกรรมครับ
* สูตร: ประธาน (S) + อกรรมกริยา (Vi) + (ส่วนขยายสถานที่/เวลา)
* ตัวอย่างที่ผิด: The baby slept the bed. (คุณไม่สามารถ "นอน" สิ่งของตัวอื่นได้ครับ)
* ตัวอย่างที่ถูกต้อง: The baby (ประธาน) slept (อกรรมกริยา). (เด็กทารกนอนหลับแล้วครับ)
* ตัวอย่างที่ถูกต้อง: The baby (ประธาน) slept (อกรรมกริยา) in the bed. (เด็กทารกนอนหลับอยู่บนเตียงครับ)
* คำกริยาที่พบบ่อย: arrive, die, sleep, sneeze, happen, fall, smile.

3. คำกริยาที่ทำได้ทั้งสองอย่าง (Ambitransitive Verbs)

เป็นจุดที่มักสร้างความสับสนครับ มีคำกริยาหลายคำในภาษาอังกฤษที่สามารถเป็นได้ทั้งสกรรมกริยาและอกรรมกริยา ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคนั้นๆ ครับ
* ใช้แบบมีกรรม: She reads (Vt) a book (กรรม). (เธออ่านหนังสือครับ)
* ใช้แบบไม่มีกรรม: She reads (Vi) quietly. (เธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างเงียบๆ ครับ)


ประเภทของกริยาพ่วงกรรมระดับสูง

สกรรมกริยายังสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีกตามความซับซ้อนของ "เป้าหมาย" หรือกรรมที่มันต้องการครับ:

  • Monotransitive (ต้องการกรรมตัวเดียว): รับกรรมตรงเพียงตัวเดียวครับ
    • ตัวอย่าง: I broke the glass. (ฉันทำแก้วแตก)
  • Ditransitive (ต้องการกรรมสองตัว): รับทั้ง "กรรมตรง" (สิ่งของ) และ "กรรมรอง" (คนที่รับสิ่งของนั้น) ครับ
    • สูตร: ประธาน + กริยา + กรรมรอง (คน) + กรรมตรง (ของ)
    • ตัวอย่าง: I gave him (กรรมรอง) a gift (กรรมตรง). (ฉันให้ของขวัญเขาครับ)
  • Complex Transitive (ต้องการกรรม + ส่วนเติมเต็ม): รับกรรมตรง แต่ต้องมีคำคุณศัพท์หรือคำนามมาช่วยอธิบายเพื่อให้ความหมายสมบูรณ์ครับ
    • ตัวอย่าง: They painted the door blue. (พวกเขาทาสีประตูเป็นสีน้ำเงินครับ)

ทำไม Transitivity ถึงสำคัญมากต่อ Passive Voice?

คุณจะทำประโยคให้เป็นรูปถูกกระทำ (Passive Voice) ได้ก็ต่อเมื่อคำกริยานั้นเป็น Transitive (สกรรมกริยา) เท่านั้นครับ
เนื่องจากรูปประโยคแบบถูกกระทำต้องการการย้าย "กรรมตรง" มาไว้ข้างหน้าประโยค ดังนั้นคำกริยาแบบอกรรมกริยา (ซึ่งไม่มีกรรมมารองรับ) จึงไม่สามารถทำให้เป็นรูปถูกกระทำได้ครับ

  • มีกรรม (เป็น Passive ได้): Someone stole my car. -> My car was stolen. (รถฉันถูกขโมยครับ)
  • ไม่มีกรรม (เป็น Passive ไม่ได้): The accident happened. -> ตัวอย่างที่ผิด: The accident was happened. (ประโยคนี้ไม่มีในภาษาอังกฤษครับ)

สรุปและเคล็ดลับสำหรับการใช้ Transitivity

ประเภทของกริยา คำจำกัดความ / กฎ จุดเด่นของสูตร ตัวอย่าง
สกรรมกริยา (Vt) ต้องมีเป้าหมายมารองรับ S + V + กรรม I found a key.
อกรรมกริยา (Vi) การกระทำจบที่ประธาน S + V (จบประโยคได้) The dog barked.
ใช้ได้ทั้งสองแบบ ทำได้ทั้งสองอย่าง S + V (+ กรรม) I eat. / I eat apples.
คำเตือน Passive เฉพาะ Vt เท่านั้นที่ถูกทำได้ กรรม + be + V3 The key was found.

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่ากริยาคำใหม่ที่เรียนนั้นเป็นสกรรมกริยาหรืออกรรมกริยา?
คุณต้องสังเกตจากพจนานุกรมที่มีคุณภาพครับ (เช่น Oxford หรือ Cambridge) โดยข้างๆ คำกริยา เขาจะระบุสัญลักษณ์ [T] สำหรับสกรรมกริยา หรือ [I] สำหรับอกรรมกริยาครับ หากคุณไม่สังเกตจุดนี้ คุณจะใช้คำกริยานั้นในประโยคไม่เป็นครับ!

ความแตกต่างระหว่าง "Raise" กับ "Rise" คืออะไร?
นี่คือตัวอย่างการทดสอบเรื่อง Transitivity ที่โด่งดังที่สุดในภาษาอังกฤษเลยครับ
* Raise คือสกรรมกริยา (ต้องการกรรม) เราต้องยก บางสิ่ง ขึ้นครับ (He raised his hand.)
* Rise คืออกรรมกริยา (ไม่ต้องมีกรรม) ประธานจะลอยขึ้นหรือขยับขึ้นด้วยตัวเองครับ (The sun rises.)

ถ้ากริยาที่ไม่มีกรรมทำเป็น Passive ไม่ได้ แล้วทำไมเราถึงพูดว่า "I was born" ล่ะครับ?
คำว่า "to bear" (ที่แปลว่า แบกรับ หรือ ให้กำเนิด) เป็นสกรรมกริยาที่ไม่ปกติอย่างมากครับ "I was born" จริงๆ แล้วเป็นรูป Passive ของการที่แม่ให้กำเนิดทารกครับ (My mother bore me -> I was born) เราใช้รูป Passive เพราะตัวตนของแม่เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว และเราต้องการเน้นไปที่ตัวทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกมากกว่าครับ!

A1 โครงสร้างประโยคพื้นฐาน (S-V-O) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 ประโยคคำสั่ง (Imperatives) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 การใช้ 'There is / There are' ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A2 การสร้างประโยคคำถามเพิ่มเติม (How, Whose, Which) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Passive Voice (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Reported Speech (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามท้ายประโยค (Question Tags) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามทางอ้อม (Indirect Questions) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ความสอดคล้องของประธานและกริยาขั้นสูง (ข้อยกเว้น) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Passive Voice ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Reported Speech ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ประโยคเน้น (Cleft Sentences) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 การสลับตำแหน่งคำกับคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธ (Inversion with Negative Adverbials) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 Passive Voice ขั้นสูง (Infinitive, Gerund และโครงสร้างการรายงาน) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 โครงสร้างการรายงานคำพูดขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การนำส่วนประกอบมาไว้หน้าประโยค (Fronting) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การสลับตำแหน่งคำขั้นสูง (Advanced Inversion) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การละและการแทนที่ (Ellipsis & Substitution) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การประสานประโยคขั้นสูง (โครงสร้างคู่ขนานและคำสันธานแบบคู่) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การใช้อนุประโยคขั้นสูง (Participial, Absolute และ Infinitivial Clauses) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)