Non-defining relative clause (อนุประโยคขยายความแบบไม่จำกัดความ) คืออนุประโยคที่ทำหน้าที่ "เสริมข้อมูล" ให้กับคำนามที่ผู้ฟังรู้จักอยู่แล้ว โดยต้องมี comma (,) คั่นระหว่างประโยคหลักกับอนุประโยคเสมอ เช่น My brother, who lives in Bangkok, works as a doctor. ถ้าตัดส่วนที่อยู่ระหว่างคอมม่าออก ความหมายหลักของประโยคจะไม่เปลี่ยน เพราะข้อมูลนั้นเป็นเพียง "ของแถม" ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่ากำลังพูดถึงใคร
Non-defining relative clause คืออะไร ต่างจาก Defining relative clause อย่างไร
นักเรียนไทยจำนวนมากสับสนสองโครงสร้างนี้ เพราะภาษาไทยใช้คำว่า "ที่" หรือ "ซึ่ง" แทนอนุประโยคขยายความได้ทั้งสองแบบ โดยไม่มีการเปลี่ยนรูปประโยคหรือใส่เครื่องหมายวรรคตอนใด ๆ เพื่อบอกความแตกต่าง เช่น
- "พี่ชายฉันซึ่งอยู่กรุงเทพฯ เป็นหมอ" (มีพี่ชายคนเดียว ข้อมูลนี้เป็นแค่ส่วนเสริม)
- "นักเรียนที่สอบตก ต้องเรียนซ่อม" (ข้อมูลนี้จำเป็นต้องมี ไม่งั้นไม่รู้ว่าพูดถึงนักเรียนคนไหน)
ในภาษาไทยทั้งสองประโยคหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ในภาษาอังกฤษต้องแยกให้ชัดเจนด้วย comma และการเลือกคำเชื่อม:
| ประเด็น | Defining relative clause | Non-defining relative clause |
|---|---|---|
| Comma | ไม่ใช้ | ต้องใช้เสมอ |
| ใช้ that ได้ไหม | ได้ | ห้ามใช้ that |
| ละ pronoun ได้ไหม | ได้ (เมื่อเป็น object) | ห้ามละ |
| ข้อมูลจำเป็นต่อความหมายหลักไหม | จำเป็น | ไม่จำเป็น เป็นข้อมูลเสริม |
โครงสร้าง (Formula) ของ Non-defining Relative Clause
[ประธาน/คำนามที่เจาะจงแล้ว] , + who/whom/whose/which + [ส่วนขยาย] , + [ส่วนที่เหลือของประโยค]
ตัวอย่างโครงสร้าง:
- คน (ประธาน): Noun, who + verb ..., ...
- คน (กรรม): Noun, whom/who + subject + verb ..., ...
- ความเป็นเจ้าของ: Noun, whose + noun + verb ..., ...
- สิ่งของ/สัตว์/สถานที่/สถานการณ์ทั้งประโยค: Noun, which + verb ..., ...
ข้อสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ: relative pronoun ที่ใช้ได้กับ non-defining clause มีเพียง who, whom, whose, which เท่านั้น ส่วน that ใช้ไม่ได้เด็ดขาดในโครงสร้างนี้ นี่คือกฎที่ตำราไวยากรณ์เกือบทุกเล่มเน้นย้ำเป็นพิเศษ
การใช้งาน (Usage) ของ Non-defining Relative Clause
- ขยายชื่อเฉพาะ (proper noun) เพราะชื่อเฉพาะเจาะจงอยู่แล้ว ไม่ต้องมีข้อมูลมาช่วยระบุตัวตน
- Chiang Mai, which is in northern Thailand, is famous for its temples.
- ขยายคำที่มีตัวเดียว/ไม่ต้องระบุเพิ่ม เช่น my mother, my only son, the sun
- My mother, who is 60 years old, still works every day.
- ให้ข้อมูลเสริมเกี่ยวกับทั้งประโยคก่อนหน้า ใช้ which แทนทั้งประโยค (ไม่ใช่แค่คำนามคำเดียว)
- He passed the exam, which surprised everyone.
- ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของ ใช้ whose
- The manager, whose office is on the top floor, called a meeting.
เปรียบเทียบกับโครงสร้างที่คล้ายกัน
- Non-defining vs. Defining: ต่างกันที่ comma และการใช้ that/ละ pronoun ตามตารางด้านบน
- Which (ขยายทั้งประโยค) vs. Whose (แสดงความเป็นเจ้าของ): which อ้างถึงเหตุการณ์/ข้อความก่อนหน้า ส่วน whose อ้างถึงความสัมพันธ์แบบเจ้าของ-สิ่งของ
- Non-defining clause vs. การเขียนเป็นสองประโยคแยก: ในภาษาเขียนทางการ non-defining clause ช่วยให้ประโยครวบรัดและลื่นไหลกว่าการแยกประโยค
ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำกับ Non-defining Relative Clause
เพราะภาษาไทยไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนแบบ comma ที่ทำหน้าที่แยกประเภทอนุประโยค และคำว่า "ที่/ซึ่ง" ใช้แทนกันได้หมด นักเรียนไทยจึงมักทำผิดดังนี้:
- ลืมใส่ comma — เขียนว่า My father who is a teacher lives in Khon Kaen. (ผิด ถ้าตั้งใจจะสื่อว่ามีพ่อคนเดียว) ที่ถูกต้องคือ My father, who is a teacher, lives in Khon Kaen.
- ใช้ that แทน who/which — เพราะเคยชินกับ defining clause เช่น My mother, that lives in Bangkok, ... (ผิด) ต้องใช้ My mother, who lives in Bangkok, ...
- ละ relative pronoun — เอาความเคยชินจาก defining clause แบบ object มาใช้ เช่น My car, I bought last year, is red. (ผิด) ต้องมี pronoun เสมอ: My car, which I bought last year, is red.
- ใช้ which ขยายทั้งประโยคผิดตำแหน่ง — เช่น เอา which ไปวางไว้ต้นประโยคใหม่โดยไม่มี comma เชื่อม
- ใส่ comma เดียว (ไม่ปิดท้าย) — ลืมว่าต้องมี comma "คู่" ล้อมรอบอนุประโยคที่อยู่กลางประโยค
เคล็ดลับสำหรับผู้เรียนชาวไทย
- จำง่าย ๆ ว่า "ชื่อเฉพาะ ใช้ comma เสมอ" ถ้าคำนามหน้าอนุประโยคเป็นชื่อคน ชื่อสถานที่ หรือคำที่มีหนึ่งเดียวในโลก (เช่น my wife, the Eiffel Tower) แทบจะฟันธงได้เลยว่าต้องใช้ non-defining clause
- ท่องคาถา "No that, no comma-drop" — ห้ามใช้ that, ห้ามละ pronoun เด็ดขาดในโครงสร้างนี้ เพราะเป็นข้อผิดพลาดที่คนไทยทำบ่อยที่สุด
- ลองอ่านออกเสียง ถ้ามีการหยุดหายใจสั้น ๆ (pause) ก่อนและหลังส่วนขยาย นั่นคือสัญญาณว่าควรมี comma
- แปลกลับเป็นไทยแล้วเช็คว่า "ตัดออกได้ไหม" ถ้าตัดส่วนขยายออกแล้วประโยคยังสื่อความหมายเดิม (รู้ว่าใครเป็นใคร) แปลว่าเป็น non-defining clause แน่นอน
ตัวอย่างประโยค Non-defining Relative Clause
- Bangkok, which is the capital of Thailand, has a population of over 10 million.
- My father, who works at a bank, is retiring next year.
- This book, which I borrowed from the library, is due next week.
- Somchai, whose sister is a famous singer, never talks about his family.
- The Chao Phraya River, which flows through Bangkok, is important for trade.
- Her new phone, which cost 30,000 baht, stopped working after a week.
- My best friend, who moved to Japan last year, still calls me every week.
- The company offered him a promotion, which he happily accepted.
- Dr. Wilai, whom I met at the conference, is an expert in child psychology.
- Our teacher, who has taught here for 20 years, is retiring soon.
- This restaurant, which opened only last month, is already very popular.
- My grandmother, whose cooking is famous in our village, taught me everything I know.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Non-defining Relative Clause
Q: ใช้ "that" แทน "who/which" ใน non-defining clause ได้หรือไม่?
A: ไม่ได้เด็ดขาด นี่คือกฎที่ต่างจาก defining relative clause อย่างชัดเจน ต้องใช้ who, whom, whose หรือ which เท่านั้น
Q: ทำไมบางประโยคใช้ "which" ขยายทั้งประโยคก่อนหน้าได้?
A: เพราะ which ในกรณีนี้ไม่ได้ขยายคำนามคำเดียว แต่ขยาย "เหตุการณ์/ความจริงทั้งหมด" ที่กล่าวไปก่อนหน้า เช่น He apologized, which made her feel better.
Q: ถ้าลืมใส่ comma จะเปลี่ยนความหมายไหม?
A: เปลี่ยนแน่นอน เช่น The students who studied hard passed the exam. (เฉพาะคนที่ขยัน) ต่างจาก The students, who studied hard, passed the exam. (นักเรียนทุกคนขยันและสอบผ่านหมด) ความแตกต่างนี้สำคัญมากในภาษาเขียนทางการและข้อสอบ