B2 · ระดับกลางตอนสูง (Upper Intermediate) TOEIC 605–780 IELTS 5.5–6.5 ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)

ประโยคเน้น (Cleft Sentences)

เรียนรู้ Cleft Sentences เพื่อเน้นข้อมูลสำคัญ เช่น It was John who broke the window

Share: Copied!

Cleft Sentences (ประโยคแบ่งเน้น) คือโครงสร้างประโยคที่ "แบ่ง" ประโยคธรรมดาออกเป็นสองส่วน เพื่อดึงคำหรือข้อมูลบางส่วนมา เน้นย้ำความสำคัญ (emphasis) เป็นพิเศษ โดยรูปแบบหลักคือ It-Cleft (It is...that...) และ Wh-Cleft/Pseudo-Cleft (What...is...) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ ไม่มีรูปแบบคู่ขนานในภาษาไทยเลย เพราะภาษาไทยเน้นความหมายด้วยน้ำเสียงหรือการเติมคำเสริม ("ที่จริงแล้ว...", "นี่แหละที่...") ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างประโยคทั้งหมด

ทำไม Cleft Sentences ถึงรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติสำหรับคนไทย?

ในภาษาไทย เมื่อต้องการเน้นส่วนใดของประโยค เรามักใช้คำเสริมเน้นความหมาย เช่น "แหละ" "นี่แหละ" "ต่างหาก" หรือปรับน้ำเสียงเวลาพูด เช่น "ฉันนี่แหละที่ทำรายงานเสร็จ" — โครงสร้างประโยคหลักไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่ภาษาอังกฤษต้อง สร้างประโยคใหม่ทั้งหมด โดยมี "It" หรือ "What" นำหน้า และใช้ "that/who/which" เชื่อม ทำให้ผู้เรียนไทยที่พยายามแปลตรงตัวจากภาษาไทยมักงงว่าทำไมต้องเปลี่ยนโครงสร้างประโยคทั้งประโยคเพียงเพื่อเน้นคำเดียว จึงมักหลีกเลี่ยงไม่ใช้ หรือเขียนผิดไวยากรณ์เมื่อพยายามใช้

โครงสร้างที่ 1: It-Cleft (It is/was...that...)

ใช้เพื่อเน้น ส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยค (ประธาน กรรม หรือส่วนขยายเวลา/สถานที่) ให้เด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะเวลาต้องการบอกว่า "สิ่งนี้แหละ ไม่ใช่สิ่งอื่น"

สูตร

It + is/was + [ส่วนที่ต้องการเน้น] + that/who/which + [ส่วนที่เหลือของประโยค]

ตัวอย่างประโยคพร้อมประโยคต้นฉบับ

  1. ประโยคปกติ: John broke the window yesterday.
    เน้นประธาน: It was John that broke the window yesterday. (ยอห์นต่างหากที่ทำกระจกแตก ไม่ใช่คนอื่น)
  2. เน้นกรรม: It was the window that John broke yesterday. (กระจกต่างหากที่ยอห์นทำแตก ไม่ใช่สิ่งอื่น)
  3. เน้นเวลา: It was yesterday that John broke the window. (เมื่อวานต่างหากที่เกิดเหตุนี้ ไม่ใช่วันอื่น)
  4. It is hard work that leads to success, not luck. (การทำงานหนักต่างหากที่นำไปสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่โชค)
  5. It was my sister who called you last night. (ใช้ "who" แทน "that" เมื่อเน้นคน — ทางเลือกที่เป็นทางการมากกว่า)
  6. It is because of the traffic that I am late. (เน้นเหตุผลด้วย because of)

รูปแบบปฏิเสธ

  1. It wasn't Mary that broke the vase; it was her brother.

โครงสร้างที่ 2: Wh-Cleft / Pseudo-Cleft (What...is/was...)

ใช้เพื่อเน้น สิ่งที่ต้องการ สิ่งที่ทำ หรือสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเริ่มประโยคด้วย What-clause แล้วตามด้วย is/was และสิ่งที่ต้องการเน้น

สูตร

What + [Subject] + [Verb] + is/was + [ส่วนที่ต้องการเน้น]

ตัวอย่างประโยค

  1. ประโยคปกติ: I need some rest.
    Wh-Cleft: What I need is some rest. (สิ่งที่ฉันต้องการคือการพักผ่อน)
  2. What she wants is a stable job, not fame. (สิ่งที่เธอต้องการคืองานที่มั่นคง ไม่ใช่ชื่อเสียง)
  3. What surprised me most was his honesty. (สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจที่สุดคือความซื่อสัตย์ของเขา)
  4. What we should do now is call the police. (สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือโทรแจ้งตำรวจ)
  5. What happened was that the flight got delayed. (ใช้ "was that + clause" เมื่อเน้นเหตุการณ์ทั้งประโยค)

รูปแบบย้อนกลับ (All-Cleft)

  1. All I want is peace and quiet. (all แทน what เมื่อเน้นความหมาย "ทั้งหมดที่...")

ตารางเปรียบเทียบ It-Cleft กับ Wh-Cleft

ลักษณะ It-Cleft Wh-Cleft
โครงสร้าง It + is/was + X + that... What + S + V + is/was + X
เน้นอะไรได้ ประธาน กรรม เวลา สถานที่ เหตุผล มักเน้นกรรม หรือทั้งประโยค (action/need/want)
น้ำหนักความหมาย "X นี่แหละ ไม่ใช่อย่างอื่น" "สิ่งที่ [ประธานทำ] คือ X"
ความเป็นทางการ ใช้ได้ทั้งทางการและไม่ทางการ มักพบในภาษาพูด/เขียนที่เน้นความต้องการ/ความรู้สึก

เคล็ดลับ

  1. ฝึกแปลงประโยคปกติเป็น cleft sentence ทีละขั้น: เริ่มจากประโยคง่าย ๆ เลือกส่วนที่จะเน้น แล้วลองใส่ It is/was...that... หรือ What...is... ดูจนคล่อง
  2. ใช้ Cleft Sentences เมื่อต้องการเปรียบเทียบหรือแก้ไขความเข้าใจผิด: เช่น "It wasn't me that broke it — it was him." เหมาะมากสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการชี้แจงหรือแก้ต่าง
  3. อย่าลืม that/who/which หลัง It is/was: คนไทยมักลืมใส่คำเชื่อมนี้เพราะภาษาไทยไม่มีคำแบบนี้ในการเน้นความหมาย
  4. What-clause ต้องมีกริยาสมบูรณ์ในตัวเอง: เช่น What I need, What she wants ต้องมีทั้งประธานและกริยาอยู่ในตัว before is/was
  5. ใช้ Cleft Sentences ในงานเขียนเชิงโน้มน้าวหรือการพูดสุนทรพจน์: เพราะช่วยดึงความสนใจผู้ฟัง/ผู้อ่านไปยังประเด็นสำคัญได้อย่างมีพลัง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนไทย

ผิด ถูก เหตุผล
It was John broke the window. It was John that broke the window. ลืมใส่ "that" เชื่อมประโยค
What I need money. What I need is money. ลืมใส่ verb "is" หลัง what-clause
It is money that make people happy. It is money that makes people happy. ลืมผันกริยาให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ในส่วน that-clause
What she wants it is respect. What she wants is respect. ห้ามใส่ "it" ซ้ำซ้อนหลัง what-clause
Is John that broke the window. It was John that broke the window. ลืมใส่ "It" ซึ่งเป็นประธานหลอกที่จำเป็นของโครงสร้างนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Cleft Sentences ต่างจากการเน้นคำด้วย stress เสียงพูดอย่างไร?
A: การเน้นด้วยเสียง (stress) ใช้ได้เฉพาะตอนพูด แต่ Cleft Sentences ใช้ได้ทั้งพูดและเขียน และสื่อความหมายเน้นได้ชัดเจนกว่าแม้ในรูปแบบลายลักษณ์อักษรที่ไม่มีน้ำเสียงช่วย

Q: ใช้ "who" แทน "that" ได้เมื่อไหร่ใน It-Cleft?
A: เมื่อสิ่งที่เน้นเป็นคน สามารถใช้ "who" แทน "that" ได้ เพื่อความเป็นทางการมากขึ้น เช่น It was she who called. แต่ "that" ก็ใช้ได้เช่นกันและพบบ่อยกว่าในภาษาพูด

Q: Wh-Cleft ใช้ขึ้นต้นด้วยคำอื่นนอกจาก What ได้ไหม?
A: ได้ เช่น Where, When, Why บางครั้งก็ใช้ในโครงสร้างคล้ายกัน เช่น Where we should go is still unclear. แต่ What-Cleft พบบ่อยที่สุด

Q: ทำไมต้องเรียน Cleft Sentences ทั้งที่ซับซ้อน?
A: เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเขียนเชิงโต้แย้ง (Argumentative Writing) และการพูดที่ต้องการเน้นประเด็น พบบ่อยในข้อสอบ IELTS Writing Task 2 และ Speaking Part 3 ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างมีน้ำหนัก

Share: Copied!

ประโยคเน้น (Cleft Sentences) — Bài tập 1

Luyện tập ngữ pháp tiếng Anh chủ đề ประโยคเน้น (Cleft Sentences) với 10 câu hỏi trắc nghiệm. Trả lời đúng ít nhất 70% để qua bài kiểm tra.

10 questions คะแนนผ่าน: 70% Bài kiểm tra 1 /10 ตอบแล้ว

Cách làm bài kiểm tra

  • Đọc kỹ từng câu hỏi và chọn câu trả lời đúng nhất.
  • Bài kiểm tra không giới hạn thời gian — bạn có thể làm theo tốc độ của mình.
  • Nhấn ส่งแบบทดสอบ khi hoàn thành để xem điểm số và giải thích chi tiết.

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    She arrived at midnight. Which cleft sentence emphasizes 'at midnight'?

  2. 2

    The teacher praised the student. Which cleft sentence emphasizes 'The teacher'?

  3. 3

    She bought a gift for her father. Which cleft sentence emphasizes 'a gift'?

  4. 4

    The dog chased the cat. Which cleft sentence emphasizes 'The dog'?

  5. 5

    The student solved the problem. Which cleft sentence emphasizes 'The student'?

  6. 6

    The thing that bothers me most is the noise. Which cleft sentence emphasizes 'the noise'?

  7. 7

    The reason for the delay was the heavy traffic. Which cleft sentence emphasizes 'the heavy traffic'?

  8. 8

    She bought a new car yesterday. Which cleft sentence emphasizes 'a new car'?

  9. 9

    The reason for his success was his dedication. Which cleft sentence emphasizes 'his dedication'?

  10. 10

    She wrote a letter to her friend. Which cleft sentence emphasizes 'a letter'?

A1 โครงสร้างประโยคพื้นฐาน (S-V-O) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 ประโยคคำสั่ง (Imperatives) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A1 การใช้ 'There is / There are' ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) A2 การสร้างประโยคคำถามเพิ่มเติม (How, Whose, Which) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Passive Voice (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 Reported Speech (บทนำ) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามท้ายประโยค (Question Tags) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B1 คำถามทางอ้อม (Indirect Questions) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 กรรมกรและอกรรมกริยา (Transitive vs. Intransitive Verbs) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 ความสอดคล้องของประธานและกริยาขั้นสูง (ข้อยกเว้น) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Passive Voice ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 Reported Speech ขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) B2 การสลับตำแหน่งคำกับคำวิเศษณ์เชิงปฏิเสธ (Inversion with Negative Adverbials) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 Passive Voice ขั้นสูง (Infinitive, Gerund และโครงสร้างการรายงาน) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 โครงสร้างการรายงานคำพูดขั้นสูง ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การนำส่วนประกอบมาไว้หน้าประโยค (Fronting) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การสลับตำแหน่งคำขั้นสูง (Advanced Inversion) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การละและการแทนที่ (Ellipsis & Substitution) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C1 การทำให้เป็นคำนาม (Nominalization) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การประสานประโยคขั้นสูง (โครงสร้างคู่ขนานและคำสันธานแบบคู่) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation) C2 การใช้อนุประโยคขั้นสูง (Participial, Absolute และ Infinitivial Clauses) ไวยากรณ์และการแปลงรูปประโยค (Syntax & Transformation)