A1 · ผู้เริ่มต้น (Beginner) สรรพนามและการอ้างอิง (Pronouns & Referencing)

คำสรรพนามรูปกรรม (Object Pronouns)

เรียนรู้ Object Pronouns เช่น me, you, him เพื่อใช้หลังกริยาและบุพบทได้อย่างถูกต้อง

แชร์: คัดลอกแล้ว!
ตารางอันดับ ดูว่าคุณอยู่อันดับไหนในเดือนนี้ ดู

Object Pronouns (คำสรรพนามที่ทำหน้าที่กรรม) คือคำสรรพนามที่ใช้แทนคำนามซึ่งเป็น "ผู้รับ" การกระทำในประโยค ได้แก่ me, you, him, her, it, us, them มักวางไว้หลังคำกริยา หรือหลังคำบุพบท (preposition) เช่น "Please help me." (ช่วยฉันด้วย) — นี่คือจุดที่ผู้เรียนภาษาไทยสับสนมากที่สุดจุดหนึ่ง เพราะภาษาไทยไม่มีการเปลี่ยนรูปคำสรรพนามระหว่างประธานกับกรรมเลย

ทำไม "Object Pronouns" ถึงเป็นจุดอ่อนของคนไทย

ในภาษาไทย คำว่า "ฉัน" ใช้ได้ทั้งตำแหน่งประธานและกรรมโดยไม่เปลี่ยนรูป เช่น "ฉันรักเธอ" (ฉัน = ประธาน) และ "เธอรักฉัน" (ฉัน = กรรม) คำว่า "ฉัน" เหมือนเดิมทุกประการ แต่ภาษาอังกฤษคำว่า "I" (ประธาน) จะเปลี่ยนเป็น "me" (กรรม) ทันทีที่ย้ายตำแหน่ง เป็นสาเหตุที่คนไทยมักเผลอใช้ Subject Pronoun ในตำแหน่งที่ควรเป็น Object Pronoun

ตาราง Object Pronouns เทียบกับ Subject Pronouns

Subject Pronoun (ประธาน) Object Pronoun (กรรม) ความหมาย
I me ฉัน/ผม/ดิฉัน
You you คุณ/เธอ
He him เขา (ผู้ชาย)
She her เธอ (ผู้หญิง)
It it มัน
We us เรา/พวกเรา
They them พวกเขา

สูตรการใช้ Object Pronoun

[Subject] + [Verb] + [Object Pronoun]

She loves him.
I  saw   them  yesterday.
He gave  me    a present.

[Subject] + [Verb] + [Preposition] + [Object Pronoun]

Listen to me.
Talk with her.
Look at them.

หลักจำง่าย: Object Pronoun วางไว้ หลังกริยา หรือ หลังคำบุพบท (to, with, for, at, from ฯลฯ) เสมอ ไม่เคยวางไว้หน้ากริยาเป็นประธาน

ตำแหน่งที่ต้องใช้ Object Pronoun

  1. เป็นกรรมตรง (Direct Object) — รับการกระทำโดยตรงจากกริยา
  2. "I love her."
  3. เป็นกรรมรอง (Indirect Object) — ผู้รับผลประโยชน์จากการกระทำ
  4. "He gave me a gift."
  5. ตามหลังคำบุพบท (Object of Preposition) — คำไทยมักพลาดจุดนี้มากที่สุด
  6. "This letter is for you and me." (ไม่ใช่ "for you and I")

ข้อผิดพลาดที่คนไทยพูด/เขียนผิดบ่อยที่สุด

1. ใช้ Subject Pronoun แทน Object Pronoun หลังคำบุพบท

เพราะรู้สึกว่า "I" ฟังดูสุภาพ/ถูกต้องกว่า "me" คนไทยจำนวนมากจึงเผลอใช้ I ผิดที่ โดยเฉพาะในประโยคที่มีคำนามอื่นนำหน้า

  • ผิด: "Between you and I, this is a secret."
  • ถูก: "Between you and me, this is a secret."
  • ผิด: "This gift is for my mother and I."
  • ถูก: "This gift is for my mother and me."

2. สลับ Him/Her กับ He/She

เหมือนปัญหาของ Subject Pronoun เพราะคำว่า "เขา" ในภาษาไทยไม่แยกตำแหน่งประธาน/กรรม คนไทยจึงพูดผิดสลับกันบ่อยเวลาพูดเร็ว ๆ

  • ผิด: "I called he yesterday."
  • ถูก: "I called him yesterday."

3. ละกรรมทิ้งไปเลย (Pro-drop)

เช่นเดียวกับปัญหาประธาน ภาษาไทยสามารถละกรรมได้เมื่อบริบทเข้าใจอยู่แล้ว เช่น "เห็นมั้ย" (ไม่ต้องบอกว่าเห็นอะไร) แต่ภาษาอังกฤษต้องระบุกรรมให้ชัดเจน

  • ผิด: "I don't understand." (ใช้ได้ถ้าไม่มีกรรมเจาะจง แต่ถ้าตอบคำถาม "Do you understand him?" ต้องตอบ)
  • ถูก: "I don't understand him."

4. ใช้ Object Pronoun ผิดที่เป็นประธาน (สลับข้างกับปัญหาข้อ 1)

บางครั้งคนไทยกลัวใช้ I ผิด เลยหันไปใช้ me เป็นประธานแทน โดยเฉพาะเมื่อพูดเร็วหรือไม่มั่นใจ

  • ผิด: "Me and my sister went shopping."
  • ถูก: "My sister and I went shopping."

เคล็ดลับ

  1. เทคนิค "ตัดคำอื่นออกแล้วฟังเสียง" — เวลาไม่แน่ใจว่าประโยคที่มีคำนามคู่กับสรรพนาม (เช่น "my mother and ") ควรใช้ I หรือ me ให้ลองตัดคำนามออกแล้วอ่านประโยคเฉพาะสรรพนามเดี่ยว ๆ ดู เช่น "This is for " — ถ้าฟังดูใช่กับ "me" ก็ใช้ me ทั้งประโยค
  2. จำกฎเหล็ก "หลังคำบุพบทต้องเป็น Object Pronoun เสมอ" ไม่ว่าจะรู้สึกว่า I ฟังดูสุภาพแค่ไหนก็ตาม เช่น to me, for her, with him, between us
  3. ฝึกพูดกรรมให้ครบทุกครั้ง อย่าละกรรมทิ้งแบบภาษาไทย เพราะภาษาอังกฤษการละกรรมทำให้ประโยคไม่สมบูรณ์หรือความหมายเพี้ยน
  4. ท่องคู่ Subject-Object พร้อมกันเสมอ เช่น I-me, he-him, she-her, they-them จะช่วยให้สมองจำคู่กันโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องแปลจากภาษาไทยทีละคำ

ตัวอย่างประโยคที่ใช้ Object Pronouns

  1. Can you help me with this homework?
  2. My teacher gave us some useful feedback.
  3. I saw him at the market yesterday.
  4. She invited them to her birthday party.
  5. Please give this book to her.
  6. Don't worry about it, everything will be fine.
  7. My parents bought me a new phone.
  8. The manager wants to speak with you.
  9. I sent her an email this morning.
  10. He always sits next to me in class.
  11. This problem is between you and me.
  12. We are going to visit them next weekend.

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: "Me" กับ "I" ต่างกันตรงไหน?
A: "I" ใช้เป็นประธานของประโยค (ผู้ทำกริยา) ส่วน "me" ใช้เป็นกรรมของประโยค (ผู้รับการกระทำ) หรืออยู่หลังคำบุพบทเสมอ

Q: "Between you and I" ถูกหรือผิด?
A: ผิด ที่ถูกต้องคือ "between you and me" เพราะ "between" เป็นคำบุพบท ต้องตามด้วย Object Pronoun เสมอ นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยมากแม้แต่เจ้าของภาษาบางคน

Q: ทำไมภาษาไทยไม่มีปัญหานี้?
A: เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่ไม่ผันคำ (isolating language) คำสรรพนามจึงคงรูปเดิมไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดในประโยค ต่างจากภาษาอังกฤษที่มีการผันรูปคำสรรพนามตามหน้าที่ทางไวยากรณ์ (grammatical case)

Q: หลัง "and" หรือ "or" ควรใช้ Subject หรือ Object Pronoun?
A: ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของวลีนั้นในประโยค ถ้าวลีนั้นเป็นประธานของประโยค ใช้ Subject Pronoun (เช่น "She and I are friends.") แต่ถ้าเป็นกรรมหรืออยู่หลังบุพบท ใช้ Object Pronoun (เช่น "He invited her and me.")

แชร์: คัดลอกแล้ว!

คำสรรพนามรูปกรรม (Object Pronouns) — แบบฝึกหัด 4

ฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษหัวข้อ คำสรรพนามรูปกรรม (Object Pronouns) ด้วย 10 ข้อแบบปรนัย ตอบถูกอย่างน้อย 70% เพื่อผ่าน

10 ข้อ คะแนนผ่าน: 70% แบบทดสอบ 4 /10 ตอบแล้ว

วิธีทำแบบทดสอบ

  • อ่านแต่ละข้ออย่างละเอียดและเลือกคำตอบที่ดีที่สุด
  • แบบทดสอบไม่มีการจับเวลา — คุณสามารถทำได้ตามความเร็วของตนเอง
  • คลิก ส่งแบบทดสอบ เมื่อเสร็จสิ้นเพื่อดูคะแนนและคำอธิบายโดยละเอียด

เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกผล

คุณสามารถทำแบบทดสอบได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ แต่จะไม่มีการบันทึกผล เข้าสู่ระบบ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของคุณ

  1. 1

    My mom sent ___ a postcard from her trip.

  2. 2

    To ___ did you give the final report?

  3. 3

    All the students, including ___ who had been absent, had to take the test.

  4. 4

    Just between you and ___, I think this is a bad idea.

  5. 5

    That's my brother over there. Can you see ___?

  6. 6

    The coach selected ___ and Maria for the final match.

  7. 7

    I have a new puppy. Do you want to see ___?

  8. 8

    My grandmother told ___ a story.

  9. 9

    The dog is barking. I think it wants ___ to play.

  10. 10

    The dog belongs to my neighbors. It belongs to ___.